คลังเก็บบล็อก

Lacey & Lexi: ชิสุจอมซนกับเปอร์เซียจอมหยิ่ง

ไม่ได้เขียนบล็อกเรื่องหมาแมวมาตั้ง 2 สัปดาห์ เพราะเอาพลังสมองไปเขียนบทวิจารณ์หนังหมด
แต่วันนี้กลับมาเขียนอีกครั้งแล้ว ไหนๆจะมาทั้งที จะมาแค่เรื่องหมาหรือเรื่องแมวอย่างเดียวได้ไง

คราวนี้ก็เลยมาทั้งหมาทั้งแมวไปซะเลย เมี๊ยวๆ โฮ่งๆ…

————————————————————————-

ถ้าจำกันได้ปกติที่ผมเขียนเรื่องวีดีโอสัตว์เลี้ยง ผมมักจะเจอสัตว์เลี้ยงน่ารักที่มาจากญี่ปุ่นซะมากกว่า
นานๆจะมีวีดีโอที่ทำออกมาดีๆจากฝรั่งมังค่ากันซะทีนึง (ที่จริงผมก็ยังเอามาฝากไม่เยอะเท่าไหร่ แหะๆ) ^^”
แต่ในที่สุด ผมก็เจอวีดีโอสัตว์เลี้ยงน่ารักดีๆจากฟากฝรั่งเค้าซะที ซึ่งรับรองว่าดูแล้วจะต้องอมยิ้มกันแน่ๆ

เชิญพบกับ Lacey & Lexi ครับผม =^.^=

Photobucket

Lacey และ Lexi เป็นหมาแมวของเจ้าของชาวอเมริกัน Lacey เป็นหมาพันธุ์ชิสุ Lexi เป็นแมวพันธุ์เปอร์เซีย
ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้หญิง เจ้า Lexi จะอาวุโสกว่าเยอะหน่อยเพราะ 9 ขวบแล้ว ส่วนเจ้า Lacey อายุแค่ 3 ขวบเอง
ประวัติค่อนข้างหายาก มีลงที่ยูทูบเท่านั้น เพราะคุณเจ้าของเค้าถ่ายวีดีโอลงยูทูบเพียงเพื่อความเพลิดเพลิน
ซึ่งนอกจาก Lacey และ Lexi แล้ว คุณเจ้าของยังเลี้ยงปลาคาร์ฟไว้อีกด้วย เรียกว่ามีแต่สัตว์เลี้ยงทั้งบ้านเลย

Photobucket

สำหรับดาวเด่นประจำบ้าน ก็ต้องเป็นเจ้า Lacey ยิ่งเพิ่งอายุแค่ 3 ขวบด้วย ก็เลยยิ่งซนใหญ่
ลักษณะนิสัยของ Lacey ก็เหมือนสุนัขพันธุ์ชิสุทั่วไปคือ ชอบวิ่งเล่นแล้วก็รักสนุก
ยิ่งเป็นหมาน้อยก็เลยชอบสำรวจข้าวของ ซึ่งคุณเจ้าของก็สรรหาข้าวของมาให้เจ้า Lacey สำรวจสารพัด
จนกระทั่งไปสำรวจแล้วคนเข้าไปดูกันเยอะมากเป็นหลักแสนก็คือ เจ้าตุ๊กตาสิงโต
ความน่ารักอยู่ที่เจ้า Lacey ทำท่ากล้าๆกลัวๆ เห่าขู่แต่ก็ถอยกรูด ก่อนเข้าไปสำรวจเจ้าสิงโตอย่างละเอียด

ซึ่งจะน่ารักยังไง ก็ชมวีดีโอข้างล่างนี่ได้ครับ…



แล้วด้วยความช่างเล่น กรรมก็เลยตกอยู่กับเจ้าแมว Lexi ซึ่งไม่ค่อยอยากสุงสิงกับเจ้า Lacey เท่าไหร่ ^^”
แต่ว่าด้วยความที่ Lacey ชอบเล่นชอบมีเพื่อน เจ้า Lacey ก็เลยอยากจะเป็นเพื่อนกับเจ้าเหมียว Lexi ด้วย
แต่ดูเหมือน Lexi ไม่อยากเล่นด้วย มาขอเป็นเพื่อนกี่ทีก็ขู่กลับตะปบหน้าไปก็หลายที แต่เจ้า Lacey ก็ไม่เข็ด
ซึ่งถึงขณะนี้ เจ้า Lacey ก็พยายามมาสามปีแล้ว แต่ท่าทางยังไม่ได้ผล เพราะเจ้า Lexi ก็ยังตบหน้าเหมือนเดิม

ก็ดูความน่ารักของการพยายามขอเป็นเพื่อนของเจ้า Lacey ได้ที่วีดีโอข้างล่างนี่ครับ…



โดยวีดีโอส่วนใหญ่ก็จะเป็นเจ้า Lacey มากกว่า เพราะด้วยความชอบซน ทำให้มีกิจกรรมมากกว่าเจ้า Lexi
ซึ่งจุดเด่นของ Lacey ถ้าคุณเจ้าของคิดจะทำให้เป็นสตาร์สุนัข ก็อยู่ที่ “ความชอบเล่นชอบสนุก”
เพราะ Lacey ดูจะขยันเล่นขยันสำรวจไปทุกอย่าง ซึ่งก็แน่นอนว่านอกจากของเล่นแล้ว
ก็ย่อมมีเจ้า Lexi ที่เจ้า Lacey พยายามจะขอเป็นเพื่อนด้วย ก็เรียกว่าพยายามทุกวิถีทางที่มีโอกาส
ซึ่งวีดีโอของ Lacey แสดงจุดเด่นนี้แทบทุกตัว ก็เรียกว่าอิ่มความน่ารักของเจ้า Lacey ไปตามๆกัน

Photobucket

ส่วนเจ้าแมว Lexi นั้น มีวีดีโอไม่มากนัก และความน่ารักมักจะมาคู่กับเจ้า Lacey เสมอ
เพราะด้วยตัวของเจ้า Lexi ชอบจะอยู่สงบๆ จุดเด่นของเจ้า Lexi จึงเป็น “ความเป็นคู่กัด”
เพราะวีดีโอน่ารักๆของ Lexi ก็มักจะมาจากความช่างเล่นของ Lacey ที่พยายามจะขอเป็นเพื่อน
แต่เจ้า Lexi ก็ทั้งตบทั้งขู่สารพัด ความโดดเด่นของเจ้า Lexi จะมีเจ้า Lacey ดันเสมอด้วยความตื้อของ Lacey
ยิ่ง Lacey พยายาม Lexi ก็ยิ่งรำคาญ แต่ยิ่งดูก็ยิ่งน่ารัก เพราะแสดงความเป็นหมาแมวอย่างเต็มเปี่ยม

Photobucket

ซึ่งถึงแม้ว่าคุณเจ้าของจะเพียงแค่ถ่ายวีดีโอไว้เพื่อความเพลิดเพลิน
แต่กับวีดีโอที่ออกมานั้นก็ดึงความโดดเด่นของทั้ง Lacey และ Lexi ออกมาได้ดีมาก
ทั้งการจับลักษณะนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ของหมาแมวทั้งสองตัว วิธีการถ่ายที่ใกล้ชิดทั้ง Lacey และ Lexi
อีกทั้งยังไม่ล่อหลอกด้วยเสียงพร่ำเพรื่อจนน่ารำคาญ และแม้ใช้เสียงเพลงประกอบก็เลือกมาได้น่ารัก
จึงทำให้การชมเจ้า Lacey และ Lexi เป็นความเพลิดเพลินและยังสร้างความจดจำให้กับทั้งสองหมาแมวด้วย

Photobucket

ซึ่งแม้ไม่ได้ตั้งใจ แต่ทั้งสองก็มีแบรนด์ติดตัวเรียบร้อย ซึ่งก็คือความเป็นหมาแมวปกตินี่แหละ
ตามลักษณะจุดเด่นที่ผมได้บอกไป คือ “ความชอบเล่นชอบสนุก” และ “ความเป็นคู่กัด”
ซึ่งผมคิดว่า ไม่น่าจะเป็นการยากเลยถ้าเกิดคุณเจ้าของคิดจะทำให้เจ้าสองตัวนี่ดัง
เพราะคาแรกเตอร์ทั้งสองตัวชัดเจนมาก ทั้งความซนและความเป็นคู่กัด ทำให้คนหลงรักได้ไม่ยากเลย
ซึ่งถ้าเกิดคุณเจ้าของมีการทำบล็อกอัพเดตให้คนติดตาม หรือกระทั่งสร้างหน้าเฟสบุ๊กขึ้นมา
ผมว่าคงต้องมีแฟนเข้ามาตามอีกเยอะแน่ๆ เพราะขนาดถ่ายเล่นๆก็มีคนตามไม่น้อยแล้ว

แต่คิดว่าคุณเจ้าของคงชอบถ่ายสนุกๆมากกว่า แต่แค่นี้เราก็รักเจ้า Lacey และ Lexi จะแย่แล้วล่ะ ^^

————————————————————————-

ก็เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ความน่ารักของหมาแมวที่นำมาฝากกันวันนี้
ใครอยากเข้าไปชมวีดีโอน่ารักของ Lacey และ Lexi ก็ไปตามนี้ได้นะครับ
http://www.youtube.com/user/lacey41908/

.

ก่อนจะไปกันก็ตบท้ายด้วยวีดีโอน่ารักๆ ของ Lacey และ Lexi
สังเกตขาหลังเจ้า Lacey ดีๆนะครับ เวลาจะขอเจ้า Lexi เป็นเพื่อนด้วย น่ารักมาก!!!

แล้วคราวหน้าจะนำเรื่องหมาแมวเรื่องอื่นๆมาฝากกันใหม่ครับ สวัสดีครับ

Advertisements

Shiro: ชิโร่ แมวหลับ ขี้เกียจแต่ดัง

“คนเกียจคร้านไม่มีวันเจริญ”
เว้นว่างจากการเขียนเรื่องหมาแมวไปนาน กลับมาเขียนอีกที ขึ้นหัวซะน่าตกใจ ^^”
แน่นอนครับ ใครที่เอาแต่ขี้เกียจสันหลังยาว คงไม่มีวันเจริญได้ เพราะวันๆไม่ทำอะไร
แต่นั่นคือคนครับ เราคงเอาประโยคนี้มาใช้กับแมวไม่ได้ โดยเฉพาะแมวตัวหนึ่ง
ซึ่งขี้เกียจจนได้ดี นอนอุตุทั้งวันแต่กลับโด่งดังซะงั้น ทำไมโลกมันกลับตาลปัตรอย่างนี้
แมวที่ว่าตัวนั้น เป็นที่รู้จักกันในหมู่แฟนคลับแมวอย่างดี “เจ้าชิโร่” นั่นเองครับ

———————————————————————-

หลายๆคนคงคุ้นเคยกับเจ้าชิโร่ โดยเฉพาะคนเล่นเฟสบุ๊กทั้งหลาย
ที่จะได้เห็นรูปแมวตัวหนึ่ง เอาแต่หลับตาแล้วก็นอนได้ทั้งวี่ทั้งวันโดยไม่ค่อยจะทำอะไร
แต่วันนี้คงไม่ได้มาแนะนำว่าเจ้าแมวเหมียวตัวนี้มีประวัติอย่างไรนะครับ
แต่จะมาค้นหาว่า ทำไมเจ้าชิโร่ถึงโด่งดังได้ทั้งที่วันๆเอาแต่หลับ ^^”

 

กระผมชื่อ “ชิโร่” แมวหลับ Zzzzzzzz…

 
แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะรู้ว่าเจ้าชิโร่ดังได้อย่างไร ก็มาดูประวัติเจ้าเหมียวกันสักนิดนึง
เจ้าชิโร่ เป็นแมวพันธุ์ผสม เกิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2002 ที่จังหวัดอิวาเตะ ญี่ปุ่น
เป็นผู้ชายนะครับ บ้านที่ชิโร่อยู่เป็นบ้านสวนปลูกผักปลูกหญ้า ทางภาคอีสานของญี่ปุ่น
อาหารที่ชิโร่ชอบกินก็คือ อาหารกระป๋อง Mon Petit ซึ่งเป็นอาหารแมวยี่ห้อดัง
นอกจากนั้นเจ้าชิโร่ยังมีเพื่อนแมวที่บ้านด้วยกันอีก 3 หน่อคือ ชาโทร่า และแฝดชิบิ
(ขอบคุณประวัติเจ้าชิโร่จาก “แฟนคลับแมวตะกร้า” บนเฟสบุ๊กด้วยครับ)

 

แง้ววว…อย่ามากวนเวลานอนของผมนะ

 
เอาล่ะ เรามาค้นหากันดีกว่าว่า เจ้าชิโร่ดังได้อย่างไร
โดยปกติแล้วการที่เราจะดึงความเป็นแบรนด์ออกมาอย่างหนึ่ง เราจะต้องดึงด้านดีออกมา
Product นั้นมีดีอะไร จะทำให้คนจดจำและสนใจได้อย่างไร และจะต่อยอดอะไรต่อได้บ้าง
เรียกว่าคือ จะสร้างประสบการณ์ร่วมให้คนมาภักดีต่อ Product เราได้ตลอดอย่างไรบ้าง

และก็เหมือนที่ผมเคยเขียนถึง Maru แบรนด์ของชิโร่ก็เป็นผลจากการเห็นและเข้าใจก่อน
ในขณะที่ Maru ดึงความเป็นแมวด้านสนุกสนานออกมาคือ “ความขี้เล่น ขี้สงสัย”
แต่ Shiro ดึงอีกด้านของแมวออกมา ซึ่งมนุษย์คงเอามาใช้ไม่ได้ คือ “ความขี้เกียจ”

 

อุ๊ย…หมอนข้างใบใหญ่จัง นอนดีกว่า ^^”

 
ก็อย่างที่รู้กันว่าแมวพอโตเต็มวัยแล้วมักจะไม่ค่อยเล่นซนแล้ว แต่จะใช้เวลานอนซะเยอะ
ซึ่งอันที่จริง แมวปกติถึงจะนอนมาก แต่อย่างไรเสียก็ต้องมีเวลาลุกขึ้นมาเล่นซนบ้าง
แต่ชิโร่ ดูเหมือนจะมีความพิเศษกว่าแมวตัวอื่น ตรงที่ดูเหมือนจะชอบนอนได้ตลอดเวลา

ชิโร่ดูจะมีลักษณะเฉพาะที่ครบถ้วนของลักษณะขี้เกียจเท่าที่คนเราจะพึงนึกได้
นอนทั้งวัน ตัวอ้วนตุ๊ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นมุด ตาปิดตลอด ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้าง
ซึ่งกระบวนการนี้ ไม่ใช่ว่าจะจับแมวตัวหนึ่งมานอนแล้วก็ถ่ายรูป แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร
ตั้งแต่สังเกตพฤติกรรม ลักษณะนิสัย จับความเป็นตัวของเจ้าเหมียวเอง และทดสอบสิ่งต่างๆ

 

เอาแต่กินบิ๊กแม็คนี่เอง เลยตัวอ้วนตุ๊

 
เอกลักษณ์ของเจ้าชิโร่ที่เราจะเห็นโดยตลอดคือ “การหลับตา”
ไม่ว่าชิโร่จะทำอะไรก็มักจะหลับตาตลอด จนแฟนคลับแซวว่า “มันมีลูกตาไหมเนี่ย” ^^”

เริ่มต้นด้วยการเผยแพร่รูปของชิโร่ในอิริยาบทต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยทุกรูปนั้นตาต้องหลับ
จะให้หลับเฉยๆไม่ได้ ต้องหลับในรูปแบบแปลกๆ ตั้งแต่นอนหลับเฉยๆในตะกร้า
หลับในสวน หรือแม้กระทั่งลุกขึ้นมาแล้วก็ยังหลับตา เป็นการสร้างลักษณะเด่นให้เจ้าชิโร่
ตรงนี้คือกระบวนการ “ทำซ้ำ” เน้นย้ำให้คนจดจำคาแรกเตอร์เฉพาะของชิโร่สม่ำเสมอ

 

ชิบิยังมองลูกพี่ชิโร่อย่างตะลึงงันในความสามารถในการหลับขั้นเทพ

 
แต่ถ้าเผยแพร่แต่ภาพถ่าย สักพักก็คงจะเป็นแค่กระแสมาแล้วก็ซาไป ไม่มีอะไรให้จดจำอีก
เพราะคนก็คงสงสัยว่า ถ่ายภาพแต่ตอนชิโร่หลับน่ะสิ แมวที่ไหนก็หลับสนิทแบบนี้ได้

ฉะนั้น วีดีโอจะต้องเป็นสิ่งช่วยตอกย้ำความเป็นแบรนด์ขี้เกียจของเจ้าชิโร่ให้อยู่หมัด
วีดีโอของเจ้าชิโร่ เราจะเห็นความนิ่งที่เหลือเชื่อของเจ้าชิโร่ในรูปแบบต่างๆกันไป
ตั้งแต่เอาผลส้ม ข้าวของวางไว้บนตัวชิโร่ โดยที่ชิโร่ก็ไม่ไหวติงไปไหนสักนิด
จะว่าฝึกมาก็ดูจะไม่ใช่ เพราะเจ้าชิโร่เหมือนจะนอนนิ่งไม่ได้สนใจอะไรเลยจริงๆ

 

ตัวอื่นเค้าลืมตากันหมด มีอยู่ตัวเดียวหลับตาตลอด ชื่ออะไรน้า ^^”

 
เน้นย้ำความเป็นแบรนด์ขี้เกียจให้ชัวร์อีกด้วยวิธีการเดียวกันกับสมุนแมวตัวอื่นๆ
ในขณะที่เจ้าชาโทร่าและแฝดชิบิดูจะเหมือนแมวปกติที่เอาอะไรล่อก็จะเกิดความสนใจ
แต่ในวีดีโอร่วมเฟรมนั้น เรามักจะได้เห็นชิโร่นอนหลับปุ๋ยไม่สนใจอะไรเลยสักนิด
ขนาดจับมาหมอบเรียงกันเอาส้มวาง เจ้าชิโร่ก็ยังอุตส่าห์จะหลับตาอยู่ตัวเดียวซะอีก
ช่วยย้ำความเป็นแบรนด์ขี้เกียจของชิโร่เข้าไปอีกขั้นหนึ่ง

 

กระผมเดินมาเหนื่อยไปหน่อย ขอหลับก่อนนะคร้าบบบบ

 
แต่เท่านั้นคงจะตอกย้ำแบรนด์ไม่ได้ เพราะการอยู่ในบ้านคนก็จะมองว่าควบคุมได้
ต้องพาชิโร่ไปในที่ที่ทดสอบความเป็นแบรนด์ขี้เกียจให้มากขึ้นเข้าไปอีก
แล้วที่ไหนจะดีไปกว่าการพาชิโร่ออกไปข้างนอก ไปเจอสิ่งน่าสนใจรอบตัว
ซึ่งแมวปกติคงจะเกิดความตื่นตาและสนใจสิ่งรอบๆได้ คราวนี้ชิโร่ไม่ขี้เกียจแน่

ฮ่าฮ่า ไม่มีทาง ชิโร่ขี้เกียจยังไงก็อย่างนั้น ชิโร่ก็ยังนิ่งไม่ไหวติงอยู่เหมือนเดิม
คุณเจ้าของเองก็ใช้มุขเดิมคือ การเอาของไว้บนหัวชิโร่ ให้ชิโร่อยู่ในตะกร้านอนใบโปรด
แล้วเอาไปแขวนบนต้นไม้ ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้สูงมาก และแมวปกติก็อาจหาทางโดดลงมา
แต่ไม่ใช่ชิโร่ เพราะชิโร่อยู่ที่ไหนก็ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ดี ทำอะไรอยู่ไหนก็นิ่งสนิทหมด

 

แมวตัวอื่นเค้ามีแต่จะร้องให้คนมาช่วยเอาลง แต่แมวตัวนี้ หลับครับ!!!

 
นอกจากนั้น บรรยากาศบ้านไร่ชายทุ่งที่ดูสบายตา มีลมพัดตลอดเวลา
ก็ยิ่งช่วยส่งเสริมความเป็นแบรนด์ขี้เกียจของเจ้าชิโร่เข้าไปอีก
เพราะช่างเป็นบรรยากาศที่แสนสบาย เหมาะกับความขี้เกียจของเจ้าชิโร่อย่างยิ่ง
เท่านี้ก็ตอกย้ำแบรนด์ “ขี้เกียจ” ของเจ้าชิโร่ได้อย่างคงทนถาวรเรียบร้อย

 

ลูกพี่ หลับไม่เกรงใจชาวบ้านเค้าเลยนะ

 
ความจับใจคนที่ทำให้เจ้าชิโร่ดัง คงไม่ใช่การที่เราได้เห็นเจ้าเหมียวนอนอยู่ทุกวัน
แต่เป็นเพราะลึกๆแล้ว สิ่งที่เจ้าชิโร่เป็นมีความเชื่อมโยงในสิ่งที่คนเราเองก็อยากจะมี
เหมือนแบรนด์ดังทั่วโลกที่ ต้องมีแง่มุมที่เข้าถึงความเป็นมนุษย์ของเรามุมใดมุมหนึ่งเสมอ
เช่น ริชาร์ด แบรนสัน กับความท้าทายสิ่งใหม่ สตาร์บัคส์ กับบ้านของคนทำงานแห่งที่สาม
แอปเปิ้ล กับนวัตกรรมและความเรียบง่าย ไนกี้ กับความกล้าพุ่งชนกับอุปสรรคต่างๆ

ความสบาย ความอยากขี้เกียจ (อิอิ) ก็เป็นสิ่งที่มนุษย์เรารู้สึกอยากจะมีเวลาเช่นนั้น
การดูชิโร่เป็นเหมือนการผ่อนคลายจากเรื่องวุ่นวายในการทำงานประจำวัน
ได้หัวเราะกับความขี้เกียจแบบตลกๆ ปนอิจฉาเล็กๆกับความแสนสบายในชีวิตของชิโร่
เหมือนอย่างน้อย เราก็ได้ไปพักผ่อนบ้านไร่ชายทุ่งกับชิโร่ทางหน้าคอมพิวเตอร์ได้ก็ยังดี

 

ตัวใหญ่ไปหน่อย กล่องที่นอนก็เลยต้องใหญ่กว่าเค้าเพื่อน ฮิฮิ

 
การสร้างแบรนด์ของเจ้าชิโร่ดูเหมือนจะง่าย แต่ที่จริงไม่ง่าย
เพราะที่จริงเจ้าชิโร่ก็คงไม่ได้นอนมันซะทั้งวันแบบที่เราเห็นภาพกันจนชินตาหรอก
อย่างที่บอกคือ ต้องอาศัยการสังเกตและดูลักษณะพฤติกรรมของเจ้าเหมียวให้แน่ใจ
และตอกย้ำภาพและลักษณะเด่นตรงนั้นให้คนจดจำและมีประสบการณ์ร่วมตลอด
ซึ่งอย่างชิโร่นี่ กว่าที่จะกลายมาเป็นแบรนด์ขี้เกียจๆแบบนี้ เจ้าของก็คงต้องอดทนมาก

ก็เป็นแง่มุมของแบรนด์แบบเจ้าเหมียวอีกแบบหนึ่งที่เอ่อ…น่าอิจฉาจริงจริ๊ง
ดูไปก็ชักจะเริ่มง่วงแล้ว แมวอะไรก็ไม่รู้ นอนได้ทั้งวี่ทั้งวัน แถมอ้วนตุ๊น่ากอดอีก
ไม่ไหวละ ไปนอนดีกว่า ง่วง!!! คร่อกกกกกกกกก…..

 

หนึ่งในรูปลืมตาที่หาได้ยากเย็นเหลือเกินสำหรับเจ้าชิโร่ ^^”

[I AM MARU] Maru’s Blog: อีกหนึ่งหน้าของการส่งเสริมแบรนด์แบบเหมียวๆ

เขียนค้างไว้ในเรื่อง Simon’s Cat ว่าจะมาลงเรื่องเว็บบล็อกของ Maru
วันนี้ยังมีเวลาอยู่สักหน่อย ก็มาเขียนให้อ่านกันเลยดีกว่า
หลายคนที่เป็นแควนมารุคงจะรู้เรื่องราวและที่ติดตามเจ้าหน้ากลมนี่กันดีอยู่แล้ว
แต่สำหรับอีกหลายคนที่กำลังติดตาม อาจจะได้ชมเจ้า Maru ผ่านทาง Youtube เท่านั้น
หรือไม่ก็ติดตามจากหน้าแฟนคลับทั้งหลายบนเฟสบุ๊ก โดยหารู้ไม่ว่า…
คุณ Mugumogu เจ้าของก็ได้ทำบล็อกไว้ให้เจ้า Maru แล้วก็น่ารักซะด้วยสิ เมี้ยว =^.^=

แต่ว่าที่จะมาเขียนถึงวันนี้ไม่ใช่การแนะนำเว็บบล็อกของ Maru
แต่ว่าจะมาเขียนถึงว่า บล็อกของเจ้ามารุมีส่วนช่วยส่งเสริมความดังของเจ้าเหมียวอย่างไร
ว่าแล้วก็เริ่มไปกันเลยครับ และนี่ก็คือ Blog ของ Maru http://sisinmaru.blog17.fc2.com/

————————————————————————

 

 
คนที่ติดตาม Maru ทาง Youtube น่าจะสังเกตได้อยู่อย่างหนึ่งถึงบ้านคุณ Mugumogu
บ้านคุณ Mugumogu นั้นจะดูสะอาดสบายตามาก และเป็นที่ชื่นชมของหลายๆคน
โทนสีของบ้านก็จะออกโทน Pastel สีอ่อนๆ ขาวปนน้ำตาลดูสบายตา
ซึ่งนั่นก็ทำให้เวลาเราดูเจ้า Maru ก็รู้สึกสบายตาไปด้วย ไม่มีอะไรรบกวนเลย
และความสบายตาไม่มีอะไรมากวนใจนี่แหละ ทำให้เราดู Maru ได้อย่างเต็มอิ่ม

 

หน้าบล็อกที่จัดง่ายดูสบายตา ไม่รกรุงรัง

 
โดยหลักของการสร้างแบรนด์ให้ติดใจลูกค้าก็คือ “การสร้างประสบการณ์ร่วมให้เกิดขึ้นในใจ”
อย่างเวลาเรานึกถึงกาแฟสตาร์บัคส์ เราจะนึกถึง “โทนสีเขียว สถานที่นั่งชิลๆเหมือนเป็นบ้านอีกแห่ง”
อย่างเวลาเรานึกถึงเป็บซี่ เราจะนึกถึง “สีสันอันหลากหลาย ความสนุกสนานแบบวัยรุ่นยุคใหม่”
หรือเวลาเรานึกถึงการบินไทย เราก็จะนึกถึง “สีกล้วยไม้เย็นตา การบริการที่อบอุ่นประทับใจ”
หลักการเดียวกันนี้ ก็ถูกนำมาใช้กับการสร้างแบรนด์แบบ Maru กับบล็อกของเจ้าเหมียวด้วย

 

ทางซ้ายมือ เป็นมาตรฐานบล็อกทั่วไป อัพเดตบล็อกแต่ละเดือน ดูง่าย

 
Blog ของมารุนั้น ถูกจัดอย่างเรียบง่ายและดูสบายตามาก เหมือนกับบ้านที่ Maru อยู่
โทนสีของบล็อกก็เป็นสีขาวเรียบๆ และใช้เพียงเครื่องมือจัดหน้าบล็อกแบบธรรมดา
ซึ่งในขณะที่เว็บบล็อกของหมาแมวตัวอื่นอาจจะมีการแต่งหน้าตาบล็อกให้ดูมีสีสัน
แต่บ่อยครั้งก็ออกจะดูรกตาไปหน่อย บางบล็อกเองก็ขึ้นหัวบล็อกขายสินค้าตัวใหญ่เลย
ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดอะไรบางอย่าง แต่นั่นไม่มีในบล็อกของ Maru
ซึ่งในเว็บบล็อกของมารุ แม้กระทั่งคนที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นเองก็ยังติดตามได้

เพราะเจ้าของไม่พยายามที่จะใส่อะไรให้มากจนเกินไป ใช้การจัดหน้าที่คนทั่วโลกจะเข้าใจ
มีการแบ่ง Section ชัดเจนว่า ตรงนี้คือส่วนบล็อกอัพเดตแต่ละเดือนของมารุนะ
ตรงนี้คือส่วนขายสินค้าของมารุ ตรงนี้คือส่วนติดตามวีดีโอและ Live Stream ของมารุ
แต่จะไม่มีส่วนไหนเด่นเกินหน้าช่องกลาง ซึ่งเป็นส่วนในการเล่าเรื่องชีวิตประจำวันของ Maru

 

จัดซ้ายขวาเป็น Section อ่านง่าย ซ้ายขายของ ขวาดูวีดีโอ แต่ไม่เด่นเกินหน้าเกินตา

 
ซึ่งทั้งเว็บบล็อกของมารุมีแค่นี้จริงๆ แต่เป็นแค่นี้ที่ดูง่ายและสบายตามาก
เหมือนกับเวลาเราดู Maru ทางวีดีโอ บรรยากาศบ้านที่ดูสบาย ไม่มีอะไรรบกวน
แม้กระทั่งเสียงเจ้าของก็ไม่กวน เราได้ดูมารุแบบเต็มๆ เหมือนเราได้อยู่บ้านมารุไปด้วย

นอกจากนั้น เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งใน Blog ของมารุก็คือ เรื่องเล่าประจำวัน
คุณ Mugumogu เจ้าของ Maru เองก็เข้าใจดีว่ามีคนกำลังติดตามมารุอยู่ทั่วโลก
แม้คุณเจ้าของจะเคยบอกว่าภาษาอังกฤษของเค้าไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่
แต่เวลาเล่าเรื่องทุกครั้ง ก็จะใส่แคปชั่นภาษาอังกฤษมาให้อ่านด้วย
(ซึ่งจะว่าไป ภาษาอังกฤษของคุณเจ้าของก็ดีมากทีเดียวนะ ผมว่า)

 

เล่าเรื่อง Maru สั้นๆ น่ารักง่ายๆ แต่ขำและอดจะอมยิ้มไม่ได้

 
และวิธีการเล่าเรื่องก็จะเล่าแบบง่ายๆ จับเอาภาพของมารุมาแล้วก็เอามาเล่าแบบน่ารักๆ
อย่างตัวอย่างภาพข้างบนนี้ เป็นเรื่องเล่าประจำวันอันหนึ่ง ที่อ่านแล้วก็อดจะขำไม่ได้
และถ้าได้ติดตามกันมา ก็จะพบว่า คุณเจ้าของมีความพยายามในการจับอิริยาบทของมารุ
ซึ่งก็คงต้องบอกว่า เจ้าของอาจจะเหนื่อย แต่ Maru ไม่เหนื่อยเพราะก็เป็นแมวไปตามประสา

ทั้งการดูวีดีโอแบบสบายตาสบายใจ บรรยากาศบ้านสะอาดไม่มีใครมารบกวน
เว็บบล็อกที่ดูสะอาดสะอ้านเหมือนบ้าน Maru การจัดวางบล็อกที่ง่ายต่อการเข้าถึง
ผสมกับการเล่าเรื่องแบบง่ายๆน่ารักๆ และความเข้าใจคนติดตาม มีแคปชั่นภาษาอังกฤษให้
เป็นการสร้างประสบการณ์ร่วมที่มีกับ Maru ที่เหมือนเราได้อยู่ใกล้ชิดมารุจริงๆ

 

 
ก็คงต้องบอกว่า เป็นแบบอย่างในการใช้ Social Network ผสมผสานในการสร้างแบรนด์ที่ดีมากๆ
ไม่ว่าคุณ Mugumogu เองจะรู้หรือไม่ แต่ว่าของเหล่านี้มาจากใจของเจ้าของที่เป็นตัวเป็นตน
ทำให้เราสัมผัสและเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างแบรนด์คือ การเข้าถึงได้
เพราะถ้าลูกค้าหรือแฟนคลับรู้สึกว่าถูกตีห่าง ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
ความภักดีหรือความชื่นชอบก็จะหายไป ซึ่งหลายแบรนด์มักจะพลาดจุดนี้ เพราะจะขายของท่าเดียว

เมื่อทำได้ถึงขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่ Maru จะกลายเป็นแบรนด์แมวที่คนจะนึกถึงทันทีที่พูดถึงแมว
แล้วก็คงจะเป็นไปอีกนานทีเดียว เพราะทุกวันนี้คนทั่วโลกติดตามเจ้า Maru กันเป็นล้านๆแล้ว
ว่าแล้วก็ไปกระโดดลงกล่องต่อดีกว่า เมี้ยววว =^o^=

 

อุคิ..อุคิ มีแต่คนชอบกระผม เหล่าทาสแมวทั้งหลาย อุคิ..อุคิ

Maru กรณีศึกษาของการสร้างแบรนด์แบบ “แมวๆ”

“มีแมวตัวหนึ่ง มามุดกล่อง กระโดดเข้าออก เล่นกับของเล่น
นอนกลิ้งเกลือกไปเรื่อย มันจะมีคนมานั่งดูสักแค่ไหนกัน”
คำตอบ: 100 ล้านกว่าครั้ง

นั่นคือเรื่องจริงครับ คนที่เล่น Youtube แล้วได้เคยดูคลิปวีดีโอสุดฮิต
ที่มีแมวมากระโดดเข้าออกกล่อง คงจะรู้จักแมวตัวนี้อย่างดี
เจ้าเหมียวตัวนี้ชื่อว่า Maru

—————————————–

อะไรที่ทำให้ Maru กลายเป็นแมวยอดฮิต
ขนาดมีคนมาดูเกินกว่า 100 ล้านครั้งแล้วและตัวเลขยังคงไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ
คำตอบคือ “มันมีแบรนด์ของมันครับ”

แบรนด์ของ Maru คืออะไร?
แบรนด์ของ Maru คือ “ความขี้เล่น ขี้สงสัย”

 

This box looks nice to me ^^

 
อันที่จริง แมวโดยปกติธรรมชาติของมัน ก็จะขี้เล่น ขี้สงสัยเป็นปกติ Maru ก็ไม่ได้ต่างกัน
แต่ทำไม Maru กลับเป็นแมวยอดฮิต มีคนเข้ามาดูกว่า 90 ล้านครั้งทั่วโลก
ในขณะที่สัตว์เลี้ยงตัวอื่นทำไม่ได้เท่ามัน

เวลาคนทั่วไปถ่ายสัตว์เลี้ยง มักจะพยายามล่อหลอกต่างๆนานา แล้วพยายามทำให้มันตลก
บางทีเราจะได้ยินเสียงเจ้าของเรียกสัตว์เลี้ยงด้วยความเอ็นดู ด้วยความหมั่นเขี้ยว อะไรก็ตามแต่
แต่นั่นทำให้รู้สึกถึงความรบกวน เพราะเราอยากจะดูตัวสัตว์มันต่างหาก
ไม่ได้อยากจะดูหรือฟังเจ้าของมาทำเสียงโอ๊ะโอ๋มัน

 

Ready, set and…should I go?

 
วีดีโอของ Maru เราจะเห็นแต่ตัวของ Maru เต็มๆ
เราจะไม่เคยเห็นหน้าของเจ้าของ หรือแม้แต่เสียงของเจ้าของ
วีดีโอโดยส่วนใหญ่ จะเป็นการปล่อยให้มันเล่นไปตามธรรมชาติของแมว
ทั้งเล่น Catnip หมุนตัวบิดตัว กลิ้งเกลือก สำรวจข้าวของ นอน (ฮา)

บางครั้งก็ล่อหลอกมันบ้าง แต่ก็ไม่ได้พยายามเค้นอะไร โดยที่กล้องก็จับมันไป
ถ้ามันไม่ทำอะไร ภาพก็จะตัดแล้วก็รอจนกว่ามันจะทำอะไร
ซึ่งบ่อยครั้งจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เราเสมอ
ที่เจ้า Maru มักจะโชว์ความฉลาดเหลือเชื่อของมัน ซึ่งทำให้มันเป็นตัวของมันเองจริงๆ

ง่ายๆก็คือ “การกระโดดมุดหัวเข้าออกกล่อง”
ที่กลายเป็นโลโก้ประจำตัวของเจ้า Maru ไปแล้วนั่นแหละ
นั่นก็คือการปล่อยให้แมวทำอะไรไปตามธรรมชาติของมัน
โดยที่เจ้าของเขาแค่วางกล่องไว้ให้มันเฉยๆ ไม่ได้ไปล่อให้มันทำอะไรแม้แต่น้อย

 

Hello world!

 
และนั่นเป็นหลักการสร้างแบรนด์ข้อหนึ่งเลยคือ
“รู้จัก Product แล้วใช้ความเป็น Product สร้างเรื่องราวของมัน ที่คนจะรัก”
การรู้จัก Product รู้จักธรรมชาติของสินค้า จะทำให้เราสร้างความเป็นแบรนด์ของสินค้าขึ้นมาได้
โดยที่ไม่ต้องพยายามยัดเยียดให้สินค้าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
หรือเห็นธรรมชาติสินค้าแล้วแต่ไม่ชอบ ก็เลยพยายามยัดเยียดมุมมองตัวเอง
ทำให้สินค้าในสายตาของผู้บริโภค ดูไม่เป็นธรรมชาติของมัน ทำให้รู้สึกว่าเหมือนโดนยัดเยียดให้ซื้อของ

กรณีนี้ก็เหมือน Maru กับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ที่พยายามจะดังเหมือน Maru ในโลก Youtube
ขณะที่คนอื่น พยายามทำให้มันดูน่ารัก หลอกให้มันทำอะไรตลกๆ
เพื่อหวังที่จะทำให้คนดูวีดีโอหัวเราะ และชอบสัตว์เลี้ยงตัวเอง
แต่ Maru เจ้าของปล่อยให้มันทำอะไรไปตามเรื่องตามราวของแมวมัน
เราจึงรู้สึกรักมันอย่างสนิทใจ โดยไม่รู้สึกถูกยัดเยียด
และเมื่อปล่อยให้มันทำอะไร “ตามใจแมว” ความเป็นแบรนด์ของแมวก็ถูกขับออกมาจริงๆอย่างเต็มที่

 

This box is too tight, but I love it anyway ^^

 
วีดีโอของ Maru มียอดคนเข้ามาดูอย่างต่ำหลักแสนต่อคลิป
ยิ่งวีดีโอ Top 5 ของมัน คนคลิกดูหลัก 2 ล้านขึ้นครับ
ไหนจะยังแฟนคลับ ที่ช่วยกันเอาวีดีโอของมันไปรวมทำเป็นวีดีโอรวมฮิต
ที่จำนวนคนดูก็ไม่ได้น้อยกว่ากันเลย
กระทั่งขนาดมีคนเลียนแบบ ทำวีดีโอฮาๆ กระโดดเข้าออกกล่องแบบมัน
(คนนี่แหละกระโดด) ก็ยังมีคนดูกันเพียบอีก
นี่ถ้าเป็นบ้านเรา คนคลิกดูขนาดนี้แล้ว Maru เป็นหนังฉายโรง
สงสัยโกย 100 ล้านทุกภาคชัวร์ (ฮา)

ทุกวันนี้ Maru ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลำดับต้นๆของโลกที่มีชื่อเสียงในโลกอินเตอร์เน็ท
มีสินค้าของเจ้า Maru ขายในเว็บ Amazon ทั้งหนังสือรวมภาพของมัน
และ DVD รวมคลิปน่ารักๆของมันเองอีก
ซึ่งทั้งที่คนดูก็หาดูได้บน Youtube อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนไปซื้อ DVD
มานั่งดูมันกลิ้งๆเกลือกๆอยู่นั่นแหละ ^^

นั่นก็เป็นผลจากอิทธิฤทธิ์ของการสร้างแบรนด์อย่างถูกต้องนั่นเองครับ…