Monthly Archives: พฤษภาคม 2012

My Pastry Journey #11: Blueberry Cheesecake

My Pastry Journey กลับมาแล้วครับ ช่วงนี้ทำไม่ทุกสัปดาห์เท่าไหร่ เพราะมีงานและกระเป๋าแห้งๆ ^^”
เมนูนี้ว่าจะทำมาให้เพื่อนๆได้ดูนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำซะที เพราะว่าส่วนประกอบแต่ละอย่างนี่แพงจับใจ
ยิ่งยุคข้าวของแพงแบบนี้ด้วย แต่เอาน่า ในฐานะสาวกบลูเบอร์รี่เป็นทุนเดิม ก็พลาดเมนูนี้กันไม่ได้ล่ะครับ

Blueberry Cheesecake คงจะเป็นเมนูที่หลายๆคนโดยเฉพาะสาวๆน่าจะชอบ
ทั้งชอบและทั้งกระอักกระอ่วนใจ เพราะกินมากไปก็ไม่ดี แต่ทั้งหน้าตาและรสชาติมันก็ชวนกิน
แล้วชีสเค้กก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ขั้นตอนการทำง่ายเหลือเชื่อ ผิดกับราคาที่แสนแพงของมัน

Photobucket

เรามาดูส่วนประกอบในการทำบลูเบอร์รี่ชีสเค้กกันดีกว่า

ฐานครัสต์
แครกเกอร์ 1 แถว (แครกเกอร์ริซนั่นแหละครับ หรือใครอยากใช้โอริโอ้ก็ตามแต่ชอบ)
เนยสดนิ่ม 4 ช้อนโต๊ะ

ชีสเค้ก
ครีมชีสฟิลาเดเฟีย 1 ก้อน (ตัวแพงเลย T.T)
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
ครีมเปรี้ยว 1 ถ้วขขาย
ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 1)
วานิลลา 1/2 ช้อนชา

แล้วก็บลูเบอร์รี่กวนสำเร็จรูป 1 กระป๋อง (นี่ก็ตัวแพงอีกเหมือนกัน T.T)
ซึ่งใครจะทำเองก็ได้ แต่ว่าซื้อที่เป็นกระป๋องแล้วจะดีกว่า เพราะมันถูกกว่าทำเอง (จริงๆครับ)

Photobucket

เอาล่ะครับ มาทำกันดีกว่า เริ่มจากฐานครัสต์ก่อน

1. เริ่มแรกก็ทำฐานครัสต์ก่อน เอาแครกเกอร์มาตำป่นให้ละเอียดจนหมดแถว
2. เสร็จแล้วก็ผสมเนยลงไปในแครกเกอร์ป่น คลุกเคล้าให้เข้ากันจนจับตัวเป็นก้อนๆ
3. เอาแครกเกอร์ที่ผสมเนยไปกรุฐานแม่พิมพ์เค้ก 2 ปอนด์แน่นๆให้ทั่ว ปูกระดาษไขก่อนกรุนะครับ
4. เอาเข้าไปอบที่ 180 C ประมาณ 10 นาที เท่านี้เราก็จะได้ฐานครัสต์แล้ว

Photobucket

จากนั้น เรามาทำตัวชีสเค้กกัน

1. เอาครีมชีสออกมาตีให้นิ่ม ตีไปจนกระทั่งครีมชีสขึ้นฟู (จะสังเกตได้ว่าชีสจะดูนิ่มและจับยอดแหลมๆหน่อย)
2. เสร็จแล้วให้ใส่น้ำตาลตามลงไป ตีที่สปีดกลางจนหมด
3. จากนั้นใส่ครีมเปรี้ยว และไข่ไก่ ลดสปีดลงมาที่สปีดต่ำ
4. ปิดท้ายด้วยวานิลลา ผสมให้พอเข้ากัน

ถึงตรงนี้ใช้เวลาไม่นานมากครับ ใครชอบให้หวานขึ้นก็ใส่น้ำตาลเพิ่มได้ แต่ 1 ถ้วยนี่กำลังดีแล้ว
แต่ถ้าใครอยากได้กลิ่นครีมชีสก็ลดน้ำตาลลงมาหน่อย แต่คิดว่าส่วนใหญ่คงไม่ค่อยจะชอบกัน ^^

Photobucket

จากนั้น ขั้นตอนตรงนี้สำคัญ ไม่เหมือนเค้กทั่วไปครับ

1. เอาส่วนผสมชีสเค้กเทลงไปบนตัวครัสต์
2. ให้คลุมตัวพิมพ์เค้กด้วยอลูมิเนียมฟลอยด์ให้ทั่ว ก่อนที่จะวางไว้บนถาดที่มีน้ำ (สำคัญครับ)
3. เอาเข้าเตาอบที่ 170 C ประมาณ 50-60 นาที หรือจนเห็นไอน้ำจับตัวหน่อยๆบนหน้าเค้กเป็นใช้ได้
4. หลังอบเสร็จแล้ว อย่าเปิดเตาทันที ทิ้งไว้ในเตา 4 ชั่วโมง เพราะเดี๋ยวหน้าเค้กยุบครับ

ที่บอกว่าขั้นตอนสำคัญก็คือ ต้องคลุมพิมพ์เค้กด้วยฟลอยด์ และวางตัวพิมพ์บนถาดน้ำ
ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาอุณหภูมิในเตาให้คงที่ และทำให้เนื้อเค้กเนียนนุ่มและไม่แห้ง สีสม่ำเสมอทั้งก้อนนั่นเองครับ
และอย่างสุดท้ายก็อย่างที่บอกไว้ในข้อ 4 อย่าเปิดเตา เพราะหน้าเค้กจะยุบนั่นเองครับ

Photobucket

หลังจากครบ 4 ชั่วโมง ก็เอาชีสเค้กไปแช่ไว้ทั้งคืนเลยครับ (หน้าไหม้ไปหน่อย อบนานไปนิดนึงน่ะครับ) ^^”
หลังจากแช่ทั้งคืนก็มาเอาเค้กออกจากฐานกัน ช่วงนี้จะยากๆนิดนึง ใจเย็นๆค่อยๆเอาออกจากฐานพิมพ์นะครับ

จากนั้นก็เอาบลูเบอร์รี่มาราดได้แล้วล่ะครับ มากน้อยก็ตามแต่ชอบเลย เท่านี้เราก็กินได้แล้วครับ d^o^b

Photobucket

หลังจากอดทนรอมาหนึ่งคืน ก็ได้แล้วครับ Blueberry Cheesecake

ขั้นตอนการทำค่อนข้างง่ายและรวดเร็วมากสำหรับชีสเค้ก เพียงแต่ต้องอดทนรอสักนิดเพื่อจะได้กินของอร่อย
แต่ก็คุ้มค่าของอร่อยล่ะครับ แต่คงไม่ทำกันบ่อยๆ เพราะนอกจากส่วนผสมจะแพงแล้ว อีกเรื่องก็คือ “อ้วน” ^^”

สัปดาห์นี้ก็อร่อยกับชีสเค้กกัน แล้วครั้งหน้าจะมาพร้อมเมนูใหม่ๆครับ สวัสดีครับ

Advertisements

The Avengers (B+): รวมพลยอดมนุษย์เที่ยวนี้ “เวิร์ก”

เห็นคนเค้าแห่ไปดูกันเป็นว่าเล่น เดี๋ยวจะตกกระแส เลยต้องรีบตามไปดูกับเค้ามั่ง
อุตส่าห์รอกันมาตั้งหลายปีดีดัก ปูฮีโร่แต่ละตัวกันมา หยอดนิดหยอดหน่อยตอนท้ายทุกเรื่อง
ก็ได้ฤกษ์กันซะที กับรวมเหล่ายอดมนุษย์ฉบับ Marvel เรื่องนี้ The Avengers

The Avengers เรื่องราวก็คงไม่ต้องบอกกันมาก เพราะเห็นตามสื่อกันแทบจะครบหมดก่อนดูแล้ว
เรื่องก็คือ Loki น้องชายผู้แสนจะอาภัพของพี่ Thor จะเอากองทัพมาบุกโลกเพื่อจะยึดครองโลก
เลยร้อนถึงหน่วยชีลด์ที่ต้องรวบรวมเหล่ายอดมนุษย์เพื่อปกป้องโลกจากกองทัพเทพต่างดาวไว้
แต่เหล่าฮีโร่ที่แสนจะแตกต่างกันทั้งนิสัยและปูมหลังแต่ละคน จะรวมพลังปกป้องโลกได้ยังไง

วันนี้จะกลับมาเขียนแบบปกติวิจารณ์ทั่วไป หลังจากเขียนแบบหัวข้อแล้วรู้สึกไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่ ^^”

Photobucket

เมื่อเป็นการรวมตัวกันของหลายตัวละครแล้ว สิ่งที่มักจะพาหนังตกม้าตายกันทุกครั้งคือ ตัวละคร นี่แหละ
เพราะรวมกันหลายตัวทีไร จะเกิดเหตุการณ์แบบว่าตัวละครบางตัวจำต้องโดนทิ้ง เพราะไม่มีเวลาเล่า

แต่กับ The Avengers ต้องขอบคุณอานิสงค์ของหนังแยกของแต่ละตัวละครก่อนหน้านี้ที่ทำกันมา
เพราะทำให้ไม่ต้องมาเสียเวลาปูปูมหลังนิสัยตัวละครกันให้มากความ เข้าเรื่องได้เลย ขัดแย้งกันได้เลย
แล้วถึงแม้ไม่ต้องเสียเวลา หนังก็ทำให้คนที่ไม่เคยดูได้เข้าใจคาแรกเตอร์ตัวละครได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
หนังใช้วิธีการ 1 ฉากจบ บอกคาแรกเตอร์ตัวละคร ทำให้คนดูไม่มีใครถูกทิ้งให้งงคาโรงว่าใครเป็นใคร

Photobucket

หนังเฉลี่ยความสำคัญของตัวละครได้ครบ ซึ่งจะว่าไปก็ต้องยกความดีให้กับการเลือกตัวละครด้วย
เพราะตัวละครแต่ละตัว มีคาแรกเตอร์ต่างกันที่เกื้อหนุนต่อภารกิจต่อกันได้อย่างเหมาะเจาะและลงตัว
มีทั้งฝ่ายบู๊อย่าง Hulk ฝ่ายบุ๋นมุทะลุแบบ Iron Man มีหัวหน้าทีมแบบ Captain America
มีสายลับ Black Widow และตัวที่จับแยกและเอากลับมารวมได้ถูกเวลาอย่าง Thor และ Hawkeye
โดยเฉพาะตัวละคร Hulk ที่ต้องบอกว่า กลับฟื้นคืนชีพได้ก็คราวนี้ แบบที่หนังเต็ม 2 ภาคยังทำให้ไม่ได้
เมื่อหนังเดินไป แต่ละคนก็มีหน้าที่ที่เกื้อหนุนกันชัดเจน เวลากู้โลกก็ใช้ประโยชน์ทุกคนได้ครบกระบวนท่า

Photobucket

ตัวละครอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Loki โลกิในหนังครั้งนี้ ฉายคาแรกเตอร์ได้ชัดกว่าใน Thor ขึ้นอีก
Loki แสดงให้เห็นถึงภาพของน้องผู้อาภัพของ Thor ที่อยากมีที่ยืนของตัวเอง รวมถึงความเจ้าเล่ห์ของตัว
และนิสัยที่ยังเหมือนเด็กไม่รู้จักโต Loki เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากยิ่งกว่าครั้งแรกที่ปรากฎใน Thor อีก
แม้ใครอาจจะบอกว่า ก็เพราะ Loki เป็นผู้ร้ายหลัก แต่ก็เป็นผู้ร้ายที่ต้องอยู่ท่ามกลาง 6 ฮีโร่แบบนี้
ยังไม่โดนกลืน แถมโดดเด่นจนน่าสงสารได้ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จแล้วในการสร้างคาแรกเตอร์นี้

Photobucket

จุดดีอีกอย่างหนึ่งของหนังคือ การเดินเรื่องที่ครบถ้วนและรวดเร็ว แม้ว่าหนังก็จะยังเล่าแบบสูตรสำเร็จ
ที่ตัวละครมาเจอกัน ปูมหลังต่างกัน มีความขัดแย้ง แล้วก็เป็นความขัดแย้งแบบง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อนด้วย
แต่การเดินเรื่องแบบสูตรสำเร็จ ก็ไม่ใช่ความผิดไม่ใช่หรือ ตราบใดที่ยังรักษาจังหวะและเนื้อเรื่องหนังได้อยู่
เพราะการเล่าเรื่องหนังที่ดีคือ การเล่าเรื่องให้มีเหตุผลและลงตัว เอาตรงนี้ให้ได้ก่อน อย่าไปหาอย่างอื่น

Photobucket

หนังไม่เสียเวลาเอาตัวละครมาเจอกัน ใช้วิธีสร้างความขัดแย้งได้ง่ายแต่ฉลาด และยังมีอารมณ์ขันด้วย
ก่อนจะพาเข้าสู่ข้อมูลของหนัง เรื่องลูกบาศก์พลังเทเซอแรค หนังอาจจะใช้เวลาพอสมควรในการปูเรื่องตรงนี้
แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่ปมและคาแรกเตอร์ของตัวละครเอามาเสริมการเล่าให้เป็นประโยชน์ระหว่างเล่าให้ข้อมูลไป
และยังเดินเส้นเรื่องหลักที่ Loki จะบุกโลกไปพร้อมกันได้ดี ที่แม้แต่คนรอจะดูโลกโดนบุกท่าเดียวก็ยังไม่เบื่อ

และพอถึงฉากถล่มโลก ก็ถล่มกันสะใจและให้ความรู้สึกบุกโลกจริงๆ ไม่เหมือนใน Transformer (แอบกัด)
ฮีโร่ได้แสดงพลังตัวเองคุ้มค่าเต็มที่ พอพวก Loki บุกมาไม่หยุดก็ยังทำให้รู้สึกว่าสิ้นหวังได้จริงอีกด้วย
ถึงจะบุกแค่ในแมนฮัตตันก็เถอะ ยังดีกว่าโม้ว่าบุกไปทั่วโลก แต่กลับรู้สึกหร๋อมแหร๋มแบบหนังบางเรื่อง (แอ๊ะๆ)

Photobucket

ถ้าจะมีอะไรที่ขัดใจบ้างสำหรับหนังก็ตรงที่ หนังอาจจะลงลึกตัวละครบางตัวได้แบบผิวๆไปสักหน่อย
โดยเฉพาะตัวละครอย่าง Black Widow กับ Loki ยังรู้สึกว่าหนังน่าจะเล่นกับความเจ้าเล่ห์ตัวละครได้อีก
บทสนทนาและการกระทำบางอย่างดูยังไม่คมคายนัก อย่าง Loki บ่อยครั้งก็เป็นผู้ร้ายแบบโต้งๆเลย
หรืออย่าง Black Widow เป็นตัวละครที่ผมเห็นว่าน่าสนใจไม่น้อย ยิ่งกับฉากที่เผชิญหน้ากับ Loki
และปูมหลังกับ Hawkeye ที่น่าสนใจทีเดียว แต่หนังก็หยุดไว้แค่นั้น คงต้องไปลุ้นเอาภาคแยกล่ะมั้ง ^^

แต่ว่ามองในอีกมุม นี่ไม่ใช่ The Dark Knight ที่จะให้น้อง Loki ร้ายลึกแบบ Joker ซึ่งก็ไม่ใช่
และหนังก็ไม่มีเวลาให้เสียมากขนาดนั้น นี่คือ Pace ที่เหมาะสมและเล่าเรื่องได้กระชับลงตัวแล้ว
เพียงแค่รู้สึกว่า หนังพา Loki มาได้ไกลกว่าใน Thor แล้ว อยากให้ลงลึกไปอีกสักนิดก็น่าจะดี
ส่วนตัวละครฮีโร่อื่นขอยกประโยชน์ให้ และไปดูหนังแยกเดี่ยวพวกเขาดีกว่า เห็นชัดกันหมดทุกคน ^^

Photobucket

สุดท้าย ความน่ารักของหนังเรื่องนี้ก็คือ มุขคาแรกเตอร์ขำขัน ที่มีให้เห็นตลอดทางของหนัง
โดยเฉพาะการเล่นกับคาแรกเตอร์ตัวละคร ซึ่งทำให้ดูเป็นธรรมชาติมาก เพราะมันกลมกลืนไปกับหนัง

การเล่นกับการหลงยุคของกัปตัน…ที่เวลาคนอื่นเข้าพูดอะไร ก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
ความกวนประสาทของพี่เตารีด…อันนี้ผมว่ายังจัดแค่ขำๆ อยากดูจัดเต็มต้องไปดูใน Iron Man
ความเป็นพี่น้องของ Thor กับ Loki…ธอร์ป้องน้องแต่อยู่ๆก็…(ไปดูเอง) หรือตอนลงมาสู้กัน
และการเล่นกับความเป็น Hulk…ซึ่งมีโมเมนต์ที่คนต้องขำอย่างน้อยก็สองครั้งในหนังแน่นอน

หลายคนอาจมองแค่มุขขำๆ แต่ผมมองว่าเป็นมุขที่เนียนตาดีมาก เพราะเล่นกับคาแรกเตอร์ตัวละคร
ซึ่งคนทำหนังไทยเราก็น่าจะศึกษาได้เช่นกันว่าเขาเล่นยังไงให้เนียนตาและเข้ากับตัวละครได้ดีด้วย
ไม่ใช่เอะอะก็เอามุขมาลงเพื่อตั้งใจให้ขำแบบที่เราเห็นกันโดยทั่วไป ซึ่งคนดูเขาเริ่มรู้สึกฝืดกันหมดแล้ว

Photobucket “ดูสนุกและคุ้มค่าตั๋ว มาตรฐานหนังฮีโร่ Marvel ยังเป็นอ๋องในตองอูครับ”

Photobucket
เอารูปนี้มาแทนที่จะเป็นโปสเตอร์ เพราะชอบเป็นการส่วนตัว ผมว่าสวยกว่าโปสเตอร์อีก