The Artist (A-): โอกาสสุดท้ายที่จะได้ดูหนังเงียบในโรงหนังแล้วนะครับ

อยู่ๆจุดเริ่มต้นของวงการหนังโลกทั้งสองฟากฝั่งต่างก็พร้อมใจกันทำหนังหวนรำลึกวันวาน
ในขณะที่ฝั่งฮอลลีวู้ดทำหนัง Hugo โดยข้ามน้ำข้ามทะเลมาเล่าเรื่องที่ฝรั่งเศส ในแบบสามมิติ
ทางฝั่งฝรั่งเศสก็ทำหนังเงียบคลาสสิคมาอีกเรื่องหนึ่ง แต่ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาเล่าที่ฝั่งอเมริกา
เหมือนจะเป็นเหตุบังเอิญ แต่ก็ช่างประจวบเหมาะพอดี หนังเรื่องที่ว่านั่นก็คือ The Artist

The Artist เล่าเรื่องของดาราหนังเงียบชื่อดัง George Valentin ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ของอาชีพ
แต่โดยที่เขารู้ไม่ถึง เมื่อยุคหนังเสียงก้าวเข้ามาเป็นของใหม่ แต่จอร์จยังยืนยันจะทำหนังเงียบต่อไป
เพราะเชื่อว่านั่นคือศิลปะขนานแท้ แต่เขาก็ไม่อาจทานกระแสโลกที่เปลี่ยนไปได้ เขากลายเป็นดาราตกอับ
และคนที่กลับรุ่งโรจน์แทนคือดาราที่เขาเคยส่งเสริม Peppy Miller แล้วชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

Photobucket

การหวนคืนสู่รากและจุดเริ่มต้น

The Artist บางคนอาจจะมองว่าเป็นหนังที่ทำแบบย้อนยุคให้ดูเก๋แปลกตาสำหรับคนยุคนี้
เพราะทั้งขนาดภาพแบบ 1.33:1 ไม่มีเสียงพูดตัวละคร แถมใช้เพลทคำพูดขึ้นคั่นเวลาตัวละครพูด
แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ผู้กำกับจงใจทำ เพราะความหลงใหลต่อหนังยุคเก่าที่เขาชื่นชอบ
เพราะหนังเรื่องนี้ได้เรียกสิ่งที่เป็นรากฐานเดิมที่ทั้งคนทำหนังหรือคนดูหนังยุคนี้อาจลืมเลือนไปทุกที
เพราะมัวแต่พยายามหาความแปลกหวือหวาในเรื่องราว นั่นคือ จังหวะหนังและการเล่าเรื่องพื้นฐาน

ผมคิดว่าก็น่าจริงไม่น้อยนะ เพราะตั้งแต่เราเห็นการเล่าเรื่องหักมุมแบบ The Sixth Sense
และหนังที่ทำตามกันมาอีกหลายเรื่อง หนังเล่าเรื่องไม่เรียงลำดับ หนังเล่าย้อนจากหนังไปหน้า ฯลฯ
ดูเหมือนเราพยายามจะหาอะไรพวกนี้ ยิ่งหนังเรื่องไหนหักมุมร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ คนจะฮือฮากันไปยาว
แต่ The Artist ได้ให้สิ่งที่เรียกว่า ความแม่นในจังหวะหนัง และการเล่าเรื่องตามลำดับพื้นฐาน
ที่คนทั่วไปจะอิ่มอกอิ่มใจและเข้าถึงเนื้อเรื่องได้อย่างครบถ้วน ไม่ต้องปีนกระไดตีความให้ปวดกบาล

ซึ่งสิ่งนั้นก็เป็นสิ่งพื้นฐานแรกในยุคเริ่มแรกหนังที่ปรัชญาพื้นฐานคือ การทำหนังเพื่อคนดูจำนวนมาก
ผู้กำกับ The Artist แม่นมากในการวางจังหวะหนัง ที่คนดูจะรู้สึกสุขและเศร้าในเวลาไหนที่ควร
และหนังโฟกัสถูกไปที่เรื่องของ จอร์จ ไม่ไปเสียเวลากับตัวละครเด่นตัวอื่น (รวมถึงหมา Uggie ด้วย)
แม้หนังจะจัดอยู่ในขั้นที่ว่า “เดาได้” แต่การวางจังหวะหนังที่เด็ดขาดทำให้หนังน่าติดตามตลอดเวลา
รวมถึงหนังยังใส่ลูกเล่นของการเปรียบเทียบ “ความเงียบ” กับ “การใช้เสียง” ได้อย่างฉลาดมาก

ซึ่งฉลาดยังไงนั้น ให้ดูฉากที่จอร์จตะโกนหน้ากระจกห้องแต่งตัวของตัวเอง เราจะรู้สึกได้ทันที
รวมถึงบทพูดที่อาจจะดูทื่อๆ แต่ดูเหมาะเหม็งกับหนัง และช่างรู้สึกเหมือนกับยุคหนังเงียบเหลือเกิน

Photobucket

เทียบระหว่างหนัง Hugo และ The Artist

ในเมื่อไปดูหนัง 2 เรื่อง ที่เล่าเรื่องในยุคสมัยใกล้ๆกันมาสองสัปดาห์ติด
ก็คงจะอดเทียบถึงความดีเด่นของหนังทั้งสองเรื่องไม่ได้ เพราะหนังทั้งสองก็มีดีด้วยกันทั้งคู่

ส่วนตัวผมรู้สึกว่า The Artist ให้ความรู้สึกของการดูหนังที่เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงมากกว่านะ
เพราะจุดประสงค์หนังเริ่มแรกของพี่น้องลูมิแอร์ (คนฉายหนังจนทำให้จอร์จใน Hugo หลงใหลนั่นแหละ)
ก็คือ “การทำให้เข้าถึงคนทั่วไปได้” ความบันเทิงราคาถูก ที่คนจะหัวเราะหรือร้องไห้ในโรงไปพร้อมกัน
ในขณะที่ Hugo ย้อนยุคโดยใช้ “เทคโนโลยีสมัยใหม่” อย่างครบถ้วนเพื่อบันดาลโลกสมัยนั้นให้สวยงาม
The Artist ใช้ “ศาสตร์ศิลปะสมัยนั้น” ทั้งหมดในการดึงคนดูให้ไปสัมผัสโลกยุคนั้นผ่านหนังเรื่องนี้

ซึ่งศาสตร์ศิลปะการทำหนังสมัยนั้นก็คือ พื้นฐานการทำหนังทุกยุคสมัย นั่นแหละ
ซึ่ง Hugo ก็มีสิ่งนั้นครบถ้วนเช่นกัน แต่สามมิติราคาแพง ทำให้ห่างไกลจากศิลปะเข้าถึงได้ไปหน่อย
ในขณะที่ The Artist สามารถเอาไปฉายหนังขายยาต่อได้ ฉายหนังกลางแปลงได้ ไม่ต้องแจกแว่น
แล้วหนังยังเล่าเรื่องผ่านการแสดง คนดูเข้าใจได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีบทพูดเลยด้วยซ้ำ
เรียกว่านี่คือ “ภาษาสากล” อย่างแท้จริง (ถึงจะไปพากย์อีสานต่อแบบหนังชาร์ลี แชปลิน ก็เอาเถอะ) ^^”

ต้องถือได้ว่าโชคดีมากที่เราได้มีโอกาสดูหนัง 2 เรื่องนี้ จากผู้กำกับที่เข้าใจศาสตร์ภาพยนตร์จริงๆ
เพราะผมรู้สึกว่า หนังสองเรื่องนี้เป็นตัวแทนของหนังปี 2011 ที่ทั้งคนทำหนังและคนดูหนังควรศึกษา
ว่าหนังที่ผู้กำกับใส่ใจองค์ประกอบทุกรายละเอียด และเล่าเรื่องโดยใช้ศาสตร์ภาพยนตร์อย่างเข้าใจนั้น
มันยอดเยี่ยมยังไง โดยที่ไม่ต้องโปรโมตว่า “ผู้กำกับใส่ใจทุกรายละเอียด” เพราะผลงานมันฟ้องครับ

Photobucket

ยอดนักแสดง กับจอมขโมยซีน

Jean Dujardin อาจไม่ใช่นักแสดงที่คนรู้จัก แต่ผมว่ามันกลายเป็นเรื่องดีที่ไม่มีใครรู้จักเท่าไหร่
เพราะต้องยอมรับจริงๆว่า ทั้งโครงหน้าและรูปลักษณ์ช่างเหมือนกับนักแสดงยุคเก่ามากๆ
ยังไม่นับรวมถึงการแสดงที่เราแทบไม่รู้สึกว่า นี่คือนักแสดงที่มาแสดงหนังทำเก่าเรื่องหนึ่ง
แต่เรากำลังดู “ชีวิตนักแสดงคนหนึ่งในสมัยนั้น” ต่างหาก ที่ชวนให้นึกไปถึงดาราเก่าสักคนเลยนั่น

ซึ่งถ้าเอานักแสดงชื่อดังมา เราคงไม่ได้ความรู้สึกเช่นนี้ เพราะภาพนักแสดงชื่อดังจะติดมา
ผมนึกถึง จอร์จ คลูนี่ย์ ซึ่งเคยถ่ายรูปย้อนยุคได้เหมือน คลาก เกเบิล มาก ถ้าเกิดมาเล่นหนังเรื่องนี้
คิดว่าฝีมือพี่จอร์จไม่มีปัญหา แต่พอถึงตอนจบของหนัง ทุกอย่างอาจพังทลายหมดเลย
เพราะภาพพี่จอร์จ กับเสียงนุ่มๆหนักๆ ยังไงคนก็ไม่มีทางลืม คงไม่รู้สึกแบบที่ฌองแสดงแน่

แล้วที่อดจะพูดถึงไม่ได้ก็คือ “จอมขโมยซีน” ตัวจริงเสียงจริงในหนังเรื่องนี้
เรียกว่าถูกพูดถึงตั้งแต่คนยังแทบจะไม่ได้ดูหนังกันเสียด้วยซ้ำ จนพอดูหนังก็สมที่เค้ากล่าวอ้าง
จะเป็นใคร เอ๊ย..ตัวไหนไปไม่ได้นอกจากเจ้าหมาน้อย Uggie นั่นเองครับ

เจ้าหมาน้อย Uggie ก็เป็นการเคารพหนังเก่าสมัยก่อน (ผมจำเรื่องไม่ได้) ที่มีหมามาแสดงขโมยซีน
ชนิดที่ว่า มีคนเสนอชื่อให้เจ้าหมาได้ชิงออสการ์กันเลยทีเดียว ถึงเจ้า Uggie จะไม่ได้ชิงกับเขาปีนี้
แต่ว่าใครที่ได้ไปดู (หรือยังไม่ได้ดู) ก็เตรียมรับทั้งความน่ารักและแสนฉลาดของเจ้า Uggie ได้
เพราะออกมากี่ฉากก็ขโมยซีนเค้าหมด เรียกว่าเอาใจคนดูไปเต็มๆเลยล่ะงานนี้ ^^

Photobucket

ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ จะได้ดูหนังเงียบในโรง

สำหรับคนดูหนังยุคนี้ บางคนอาจจะมองว่านี่ก็เป็นแค่หนังเรื่องหนึ่งที่ทำแบบเรโทรย้อนยุค
แต่ถ้าลองกลับไปคิดว่า ถ้าเราได้ไปอยู่ในยุคร่วม 100 ปีที่แล้ว โรงหนังดับไฟแล้วดูหนังเงียบ
การได้มีประสบการณ์ในแบบปู่ย่าตาทวดยุคนั้น มันเป็นอะไรที่หาไม่ได้อีกแล้วในยุคนี้

นักเรียนหนังอย่างมากก็ได้ดูหนังเงียบผ่านโปรเจ็คเตอร์วีดีโอ แล้วก็นั่งดูกับเพื่อนๆด้วยกัน
คนสนใจหนัง อย่างมากก็ได้แต่เปิดแผ่นดีวีดีดูอยู่กับบ้าน ดีหน่อยก็ชวนใครมาดู (ซึ่งใครจะมาล่ะ)
แต่ไม่มีทางที่จะได้ดูกับคนแปลกหน้า ที่จะมานั่งหัวเราะหรือซาบซึ้งกัน “ในโรงหนัง” อย่างนี้
จะมีสักกี่ครั้งที่หนังสักเรื่อง จะให้ประสบการณ์ที่ “ดึงเราไปสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง” ได้อย่างนี้

Photobucket “อย่าได้พลาดเด็ดขาดครับ”

Photobucket

Posted on มีนาคม 1, 2012, in ภาพยนตร์ and tagged , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: