Hugo (B+): ความฝันวัยเยาว์ในโลกภาพยนตร์แสนสวยงาม

สัปดาห์ที่แล้ว ทีแรกว่าจะไปดูแฮร์รี่ พอตเตอร์ผจญผี แต่ต่อมความอยากดูไม่พุ่งเลยเว้นไป
แต่ว่าจากนี้ไป ทุกสัปดาห์จะพยายามไปดูหนังทุกวันพุธแล้วเอามาเขียนให้อ่านกัน (ก็มันถูกสุดนี่) ^^
บางทีที่เว้นไปสัปดาห์ ก็อาจมาเพื่อสัปดาห์นี้ก็ได้ ที่หนังเรื่องนี้ที่ผมไปดูเข้าโรงฉาย
ซึ่งผมตั้งหน้าตั้งตารอมาพอสมควร แล้วดันมีฉายแต่ระบบ 3 มิติซะด้วย Hugo นั่นเองครับ

Hugo เป็นเรื่องราวของเด็กที่มีชื่อตามชื่อหนัง Hugo Cabret เขาเป็นลูกของช่างซ่อมนาฬิกา
แต่ต้องเสียพ่อไป และสิ่งที่พ่อได้ทิ้งไว้ให้และเขาเก็บรักษาไว้อย่างดีคือ หุ่นมนุษย์กล ตัวหนึ่ง
ซึ่งเขาหวังว่าถ้าซ่อมเจ้าหุ่นนี้ได้แล้ว เขาจะมีเพื่อนเล่นที่แสนมหัศจรรย์และจะไม่เหงาอีกต่อไป
แต่เขาไม่รู้เลยว่า เจ้าหุ่นกลตัวนี้จะพาเขาไปสู้เป้าหมายชีวิตที่ใหญ่ยิ่ง ที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว

Photobucket

Hugo เป็นหนังของเจ้าพ่อหนังมาเฟีย Martin Scorsese

น่าแปลกใจดีไหมล่ะที่หนังเด็กแบบนี้ กำกับโดยผู้กำกับหนังอย่าง Martin Scorsese
ที่ทั้งชีวิตเราเห็นแต่หนังแนวเจ้าพ่อมาเฟียหนักๆโดนๆมาตลอด แต่คราวนี้มาทำหนังเด็ก
แต่ว่า “ผู้กำกับเก่ง” ก็ย่อมเป็นคนเก่งวันยันค่ำ ไม่จำเป็นต้องมีหนังแนวถนัดแนวเดียวหรอก
Hugo ยิ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของคนทำหนังชั้นครูแบบนี้ยิ่งเข้าไปอีกอักโข

ถ้าใครเป็นแฟนหนังแบบมาเฟียของ Scorsese อาจไม่ถึงกับนิยมชมชอบหนังเรื่องนี้ซะทีเดียว
เพราะหนังไม่ได้มีบทสนทนาคมคาย หรือคาแรกเตอร์ตัวละครโดนใจแบบที่เราเคยๆเห็น
ไม่ได้ข้นเคี่ยวอารมณ์ความรู้สึกตัวละคร หรือมีจังหวะพลิกผันชีวิตที่ชวนให้หวือหวาอะไร
แต่หนังค่อยๆพาเรื่องไปกับตัว Hugo เพื่อค้นหา “เป้าหมายแท้จริงที่แต่ละคนเกิดมามีชีวิต”
แต่ละคนมีปมอย่างไรในชีวิต แต่ละคนขาดอะไร และอะไรที่จะ “ซ่อมชีวิตของเขาขึ้นมาใหม่ได้”
ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดสำคัญของหนัง “เป้าหมายและการซ่อมแซมชีวิต” ของแต่ละตัวละคร

หนังใช้เวลาพาเราไปซึมซับโลกรอบๆตัวของ Hugo อยู่นานพอดูทีเีดียว ก่อนจะเข้าสู่จุดสำคัญ
ซึ่งนั่นอาจจะทำให้คนดูหนังยุค 2000 หลายคนไม่ชอบนัก แต่มันมีความสำคัญมากต่อตัวหนัง
เพราะเมื่อถึงเวลาเปิดเผยเรื่องราว มันคือการหวนรำลึกประสบการณ์ในวันวานที่สวยงาม
ซึ่ง Scorsese ตั้งใจสร้างขึ้น “ด้วยความรักในมนต์สเน่ห์ภาพยนตร์ยุคแรก” นั่นเองครับ

Photobucket

หนังที่คนหลงรักในโลกภาพยนตร์ควรไปดู
กล้าพูดอย่างนี้เลยเหรอ? เอาเป็นว่า ถ้าได้ไปดูแล้วคุณจะหลงรักหนังไปโดยไม่รู้ตัว
เพราะเรื่องราวของ Hugo กับหุ่นมนุษย์กลนั้น ไม่ได้จบแต่เพียงว่า Hugo จะซ่อมหุ่นได้ไหม
แต่หุ่นมนุษย์กลนั้น ได้นำ Hugo ไปไกลกว่าแค่การมีเพื่อน แต่ได้เข้าไปสู่โลกกว้างของภาพยนตร์
ซึ่งได้ทำให้ Hugo ค้นพบว่า ชีวิตของเขาเกิดมาเพื่อเป้าหมายอะไรนั่นเอง

สิ่งที่จะได้เห็นในหนังนั้น ใครที่ได้เคยดูภาพยนตร์ยุคแรกๆจะต้องรู้สึกทึ่งกับการผูกเรื่องไม่น้อย
ฉากคลาสสิคทั้งหลายที่เราเคยเห็นในหนังเก่าๆ ถูกนำมาผูกร้อยเรื่องเข้าไปอย่างเนียนตา
ทั้งฉากคลาสสิคอย่างรถไฟวิ่งเข้าสถานี หรือฉากที่บัสเตอร์ คีตัน โหนนาฬิกาหนีตำรวจ
รวมถึงอีกหลายฉาก ที่ผมเชื่อว่าคนที่รักหนังเก่าๆคงจะต้องร้องว้าวไปตามๆกัน

แล้วมันมีเหตุผลมากว่า ทำไมต้องให้ฉากหลังเป็นสถานีรถไฟ ทำไมถึงต้องเป็นนาฬิกา
ทำไมตัวละครที่ Hugo ต้องข้องเกี่ยวจะมีแบ็คกราวน์ชีวิตที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ
อย่างเช่น นายตรวจสถานีรถไฟ ทำไมต้องขาเป๋เพราะผลจากการเป็นทหารในสงครามโลก
ทำไมคุณปู่เจ้าของร้านของเล่นถึงชื่อ จอร์จ รวมถึงฉากหลังทำไมต้องเป็น ปารีส
เพราะทุกองค์ประกอบในหนังนั้น “เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดหนังในยุคแรกทั้งหมด”

แล้วคอยดูเซอร์ไพรส์ในหนังให้ดีครับ…
ไม่ได้ขนาดโอ้..ว้าว!! แต่มันทึ่งและกินใจมากมายไม่น้อย ว่าเขาผูกเรื่องมาถึงตรงนี้ได้ยังไง

Photobucket

คุณภาพของ 3D

หนังเรื่องนี้มีฉายแค่ระบบ 3 มิติ นั่นอาจทำให้หลายคนกังวลไม่น้อยว่าจะดูดีไหม
เพราะค่าตั๋ว 3 มิติก็แพงอยู่แล้ว ถ้า 3D ไม่ดีอีก ก็เหมือนเสียเงินไปเปล่าๆไม่คุ้มค่ากัน
ก็บอกให้สบายใจได้ว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนัง 3 มิติที่ “คุ้มค่าต่อการดูครับ”

หนังไม่ได้ทำให้คนดูตื่นเต้นกับระบบสามมิติแบบตัวละครพุ่งไปมา หรือมีฉาก 3 มิติหวือหวา
แต่หนังเรื่องนี้เป็นการ “แสดงถึงความเข้าใจในศาสตร์ของภาพยนตร์” อย่างมากของผู้กำกับ
ผู้กำกับ Scorsese คงจะรู้ดีว่าหนังของเขานั้น ไม่ใช่หนังโชว์ฉากสามมิติแบบตื่นเต้น
แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้คนดูรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในหนังจริงๆ ก็คือการดึงคนดูเข้าไปในโลกของหนัง

หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ผมรู้สึกว่า “ถ่ายให้เห็นปารีสมุมกว้างได้สวยที่สุด ฝันที่สุดจริงๆ”
แม้หนังจะออกสีจัดจ้านจนรู้สึกแฟนตาซี (ซึ่งก็เข้ากับแนวคิดหนังยุคแรกที่ใส่สีให้หนังขาว-ดำ)
แต่เราก็เข้าใจอยู่แล้วว่า นี่เป็นหนังที่แสดงถึงความคิดความฝันในวันวานและวัยเยาว์ที่อยากให้สวยงาม
หนังใช้ภาพกว้างเพื่อแสดงโลกของหนังเยอะมาก รวมถึงภาพที่เล่นกับ Depth ความลึกของภาพ
ทำให้เห็นมิติสิ่งต่างๆในหนัง และสอดคล้องกับการเล่าเรื่องที่ต้องการให้คนดูเข้าไปในโลกของหนังด้วย

Photobucket

แล้วควรจะไปดูไหมเนี่ย ถ้าฉันไม่ได้อินอะไรกับหนังยุคเริ่มแรกเลย

ไม่ต้องกังวลเลยครับ ถึงคุณจะไม่ได้รู้สึกรู้สาไปกับหนังขาว-ดำยุคแรกที่มีแอ็คติ้งตลกๆ
หรือไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มกับหนังยุคปู่ทวดเลยสักนิด คุณก็สนุกกับหนังเรื่องนี้ได้
เพราะหนังได้ให้ประสบการณ์ทางภาพยนตร์ ที่พื้นฐานภาพยนตร์ทุกเรื่องมีคือ “การเล่าเรื่องที่ดี”
รวมถึงภาพของหนังที่สวยงาม คุณภาพสามมิติที่ดึงเราเข้าไปในโลกของหนังได้จริงๆ
ก็น่าจะทำให้คนที่ได้เข้าไปดูอิ่มอกอิ่มใจกับหนังเรื่องนี้กันได้แล้ว

ถ้าเป็นส่วนตัวผม เสียดายอีกนิดเดียวเองว่า ถ้าหนังพูดฝรั่งเศสไปซะเลย คงจะเพอร์เฟ็คต์
เพราะจะเป็นการเข้าไปอยู่ในโลกภาพยนตร์ยุคนั้นที่เริ่มกันที่ฝรั่งเศสเลยจริงๆ
แต่ก็เข้าใจล่ะครับ ทำให้คนส่วนใหญ่ดูก็ต้องภาษาอังกฤษไว้ก่อน อยากฟรองเซ่ส์ไปพากย์เอาละกัน ^^

Photobucket “ควรไปดูที่โรงภาพยนตร์ครับ”

Photobucket

Posted on กุมภาพันธ์ 23, 2012, in ภาพยนตร์ and tagged , , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: