Knight & Day: ขึ้นเกียร์ 5 แต่ดันถอยลงมาเกียร์ 2

ในชีวิตคนเราก็ฝันอยากจะไปผจญภัยสุดขั้วกันสักครั้ง เอาแบบให้มันส์สุดๆ
ถึงแม้ว่าการออกไปตะลุยนั้น อาจจะเจอเรื่องเสี่ยงตาย แต่คนเราก็อยากจะลองมัน
ผู้ชายหลายคนก็คงฝันจะได้บู๊ระห่ำสะใจบ้างอะไรบ้าง ยิ่งไปผจญภัยสนุกกับสาวสวยก็ยิ่งเจ๋ง
ผู้หญิงหลายคนก็คงฝันจะได้ไปท่องรอบโลก ถ้าได้ไปลัลล้ากับคนที่ตัวเองรักก็ยิ่งดี
แต่ถ้ายังไม่ได้ไป อย่างน้อยก็เอามันส์บนจอหนังก่อนก็ได้แบบ Knight & Day

————————————————————————-

Knight & Day เล่าเรื่องราวของ จูน เฮเว่นส์ ผู้หญิงธรรมดาที่กำลังบินไปงานแต่งงานน้องสาว
แต่ทว่ากลับตกกระไดพลอยโจนอย่างไม่คาดฝัน เมื่อต้องมาพบกับสายลับอย่าง รอย มิลเลอร์
ที่เธอก็ไม่รู้แต่แรกว่าเขาเป็นใคร แต่กว่าจะรู้ เธอก็ต้องไปพัวพันกับภารกิจลับอย่างช่วยไม่ได้
ซึ่งภารกิจลับของรอยนั้น ทั้งอันตรายสุดขั้วและต้องตะลุยฝ่าฟันกันไปข้ามโลกเลยทีเดียว

เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง

หนังเปิดตัวตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเป็น หนังแอ็คชั่น-คอมเมดี้ ว่าด้วยเรื่องการตกกระไดพลอยโจน
ดังนั้น เรื่องบางเรื่องจึงไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมถึงได้เว่อร์สุดขีดอย่างที่เห็นในหนัง
เส้นเรื่องของหนังก็มีแค่การปฏิบัติภารกิจของ รอย มิลเลอร์ในการปกป้อง “เซเฟอร์” ให้สำเร็จ
โดยที่จูน เฮเว่นส์ดันมาตกกระไดพลอยโจนกับภารกิจ ที่จูนเองก็รับมือได้แบบโกีะๆกังๆ

ด้วยเนื้อเรื่องการปฏิบัติภารกิจสายลับนั้น ไม่มีอะไรให้แปลกใจมากอยู่แล้วเพราะเป็นไปตามสูตร
ในส่วนที่สนุกของหนังคือ การตกกระไดพลอยโจนของจูนมากกว่า ว่าเธอจะไปเจออะไรบ้าง
ซึ่งหนังก็เปิดมาได้แบบใส่เต็มแม็ก ตั้งแต่เริ่มขึ้นเครื่องบิน จนยันไปถึงเกาะส่วนตัวของรอย
เรียกว่าสมใจอารมณ์ปลดปล่อยคนดูที่อยากเห็นอะไรเว่อร์ๆ ออกไปผจญภัยเสี่ยงตายสนุกๆ

แต่ทว่าอันที่จริง พอหมดฉากไล่ล่าบนทางด่วนที่แสดงความเว่อร์แบบสะใจของรอยไปแล้ว
หนังก็ดูจะถอนเกียร์ลงมาเรื่อยๆ แล้วค่อยๆเห็นรูโหว่ที่หนังเดินสูตรแบบเนื้อหนังอ่อนไปหน่อย
เพราะเนื้อเรื่องมีแค่การปกป้องนวัตกรรมเซเฟอร์ ที่มี Conflict ตัวละครธรรมดาตามสูตรที่เป๊ะไปนิด
เสน่ห์ความเว่อร์ที่จูนต้องตกกระไดพลอยโจนเรื่องต่างๆ ก็เลยค่อยๆหายไปตามเวลาด้วย
หนังเลยกลายเป็นหนังแอ็คชั่นสายลับธรรมดาที่สีสันการผจญภัยตอนแรกค่อยๆรู้สึกหายไปเสีย

นักแสดงและตัวละคร

นี่คือส่วนที่ดีที่สุดของหนังและก็ต้องขอบคุณทั้ง Tom Cruise และ Cameron Diaz ด้วย
Knight & Day ถือได้ว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ใช้เสน่ห์ของนักแสดงนำได้อย่างคุ้มค่าทุกเม็ด
Tom Cruise กับ Cameron Diaz มาในบทที่คนคุ้นภาพอยู่แล้วในพักหลังๆของทั้งสองคน
เรียกว่าทำได้แบบที่ Mr. & Mrs. Smith ที่ใช้แบรด พิทท์ และแอนเจลิน่า โจลีได้อย่างคุ้มค่า
ทำให้หนังเรื่องนี้แม้จะถอนเกียร์ลงมา แต่เราก็ยังสนุกกับการติดตามการแสดงของทั้งสอง

แต่ถ้าพูดถึงในมุมมองของตัวละครแล้ว คงต้องยอมรับว่าหนังดูก้ำกึ่งในการติดตามเหมือนกัน
เพราะด้วยความที่ว่าภาพของนักแสดงค่อนข้างจะมาเหนือความเป็นตัวละครเสียมาก
อีกทั้งเรื่องราวเองก็ไม่ได้มี Conflict ที่น่าสนใจในการสร้างตัวละครแบบ Mr. & Mrs. Smith
ตัวละครรอยและจูน เหมือนสร้างขึ้นเพื่อสอดรับกับภาพลักษณ์ของทอมและคาเมรอน
จนพอเราดูเรารู้สึกเหมือนดูทอมกับคาเมรอนเล่นหนัง มากกว่าเห็นตัวละครรอยและจูน
แล้วตัวละครรอยกับจูนก็ห่างเกินไปและจับโยนใส่แอ็คชั่นเลย ไม่ได้ปูความสัมพันธ์ให้ดีเท่าไหร่

นอกจากนั้น ตัวละครรอบตัวอื่นๆ ก็เป็นไปตามสูตรที่วาง Conflict เรื่องไว้ไม่ดีพอเหมือนกัน
เมื่อเทียบกับหนังเว่อร์ๆแบบ The A-Team ที่เน้นภารกิจเว่อร์และตัวละครเว่อร์ๆ ที่มีเนื้อหนังดีกว่า
มีเรื่องราวของตัวละครต่างๆให้จับต้องอยู่ข้างใน ทำให้มีความน่าสนใจในการติดตามเรื่องราว
แม้หนังจะเดินตามสูตร แต่เป็นสูตรที่ตัวละครมีน้ำหนัก แต่ Knight & Day ตัวละครดูเป็นบล็อกไป

ปมและกิมมิคในการดำเนินเรื่อง

ปมของหนัง วางไว้ผ่านตัวละครของจูนคือ “การอยากมีอิสระ ได้ออกไปผจญโลกกว้าง”
หนังบอกปมตรงจุดนี้ผ่านบทสนทนาและตัวละครรอบตัวของจูน ซึ่งหนังก็วางออกมาได้ดีและง่าย
ผ่านตัวละครที่ตามจีบจูนอย่างนายตำรวจดับเพลิง และงานแต่งงานน้องสาวที่เหมือนการผูกมัด
หนังทำให้รู้สึกได้โดยไม่ต้องพูดว่า จูนน่าจะออกไปผจญภัยและเราก็รู้สึกอยากให้จูนออกไปจริงๆ

เสียดายหน่อยที่การพัฒนาปมตรงจุดนี้ยังไม่เนียนนัก หนังให้เวลาในการปูปมของจูนไม่มากพอ
หนังโยนเข้าไปที่แอ็คชั่นตกกระไดพลอยโจนเลย โดยที่ยังไม่ทันได้วางปมความต้องการของจูนให้ดี
ซึ่งทำให้เราไม่ค่อยรู้สึก พอจูนตัดสินใจจะไปตามหารอย เหมือนว่าหนังหักให้เธออยากไปลุยดื้อๆ

ตรงจุดที่จะส่งเสริมปมของจูน และเป็นส่วนที่คนดูอยากติดตามด้วยก็คือ “การผจญภัยไปที่ต่างๆ”
อันที่จริงหนังก็พาเราไปเหมือนเกือบจะสุดขอบ แต่ก็เหมือนจะไปได้ไม่สุดๆแบบสะใจเท่าไหร่
ซึ่งก็อย่างที่บอกว่า หนังเหมือนจะเปิดมาดีแล้ว พาตัวละครขึ้นเหนือล่องใต้แบบเว่อร์สะใจ
แต่เหมือนกับว่า หนังพาตัวละครไปหย่อนลงที่ต่างๆแค่นั้น มากกว่าจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

ซึ่งบางทีถ้าจะปรับหนังมีเนื้อภารกิจในสถานที่ต่างๆ ที่เข้ากับปมความต้องการลึกๆของจูน
น่าจะทำให้การผจญภัยตกกระไดพลอยโจนของจูนสนุกขึ้น และช่วยเสริมปมของจูนให้แน่นขึ้นด้วย
ยกตัวอย่างความเว่อร์ที่ดูถึงอารมณ์เข้ากับเนื้อภารกิจ ก็ให้ดูหนังอย่าง The A-Team เป็นตัวอย่าง
แต่ก็เป็นเพราะหนังปูมาไม่แน่นพอ เลยทำให้รู้สึกว่าหนัง “ถอยจากเกียร์ 5 มาที่เกียร์ 2” อย่างที่บอก
แต่ถ้าไม่คิดลึกไปถึงตรงนั้นมาก แอ็คชั่นผจญภัยในสถานที่ต่างๆ หนังก็ทำออกมาได้สนุกดีใช้ได้

การกำกับ งานสร้าง และองค์ประกอบภาพยนตร์

เมื่อพูดถึงส่วนของการกำกับ ก็ต้องยอมรับว่า เจมส์ แมนโกลด์ คุมส่วนผสมของนักแสดงได้ลงตัว
เพราะในหนังแบบนี้ที่เคมีนักแสดงเป็นส่วนสำคัญต่อความสนุกของหนัง การคุมให้ลงตัวถือว่าสำคัญ
ซึ่งผู้กำกับก็ไม่พลาดตรงจุดนี้ ได้นักแสดงที่ลงตัวมาแล้วเอามาใช้ไม่เสียของ ทำให้หนังสนุก

นอกจากนั้นเอง ในการออกแบบฉากแอ็คชั่นต่างๆนั้นก็ทำออกมาได้เว่อร์สะใจดี
โดยเฉพาะฉากไล่บนทางด่วน และฉากไล่ล่ากันที่สเปนที่ไปเจอทั้งวัวกระทิงและจราจรวุ่นวาย
เอาเป็นว่าในทุกฉากแอ็คชั่นตูมตามที่ออกมา ให้อารมณ์เว่อร์สมใจอยากอย่างที่ควรจะเป็น

อย่างสุดท้ายที่ช่วยให้การผจญภัยเว่อร์เพ้อฝันนี่ออกมาดูรื่นรมย์ดีก็คือ ดนตรีประกอบ
การเลือกใช้เพลงแนวลาตินเป็นพื้นก็ทำให้หนังดูเป็นเหมือนการเต้นรำในการผจญภัยตูมตาม
ซึ่งช่วยอัพอารมณ์ความรู้สึกผจญถัยของหนังได้ดี และจะดีสมบูรณ์ถ้าหนังไปสุดขอบของมัน
เพราะที่จริงองค์ประกอบทุกส่วนเอื้อหมดแล้ว เสียดายว่าหนังเกียร์ดันถอยลงมาเสียได้

จุดดี จุดด้อย และภาพรวม

เรามาสรุปจุดดี จุดด้อย และภาพรวมของหนังกัน

จุดดี
1. หนังคือความลงตัวของเคมีตัวละครระหว่าง Tom Cruise กับ Cameron Diaz จริงๆ
2. หนังเว่อร์ได้สุดขีดในทุกฉากแอ็คชั่นที่มี เติมเต็มอารมณ์ความสะใจของคนดูได้ดี
3. องค์ประกอบรอบตัวของหนังที่ช่วยเลี้ยงความสนุกในการติดตามภารกิจไปตลอดทาง

จุดด้อย
1. หนังไปไม่สุดขอบการผจญภัยเว่อร์สะใจ เพราะหนังค่อยๆถดถอยจากเนื้อหนังที่อ่อนไปหน่อย
2. หนังโยนตัวละครเข้าฉากแอ็คชั่นเร็วไป ไม่ได้ปูตัวละครให้แน่นพอ โดยเฉพาะจูน ตัวสำคัญของเรื่อง
3. การสร้างตัวละครนำที่ห่างกันไม่มี Conflict ที่น่าสนใจ และตัวละครดูแมทช์กับภาพของนักแสดงไป
4. ฉากแอ็คชั่นที่วางไว้ไม่ผสมกับเนื้อภารกิจได้เนียนและไม่ช่วยส่งเสริมปมตัวละครอย่างที่ควรจะมี

Knight & Day ถึงพร้อมจะไปถึงความเว่อร์สุดขอบและการเติมเต็มอารมณ์ผจญภัยลึกๆของคนดู
เสียดายว่าหนังเปิดมาดีแล้ว แต่หนังกลับถอยเกียร์ลงจนเป็นหนังแอ็คชั่นสายลับธรรมดาไปเสียได้

เกรด B ครับผม (คะแนน 7.7)

Posted on สิงหาคม 30, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: