Tokyo Sonata: อัตตาคือระเบิดเวลา

ในสัปดาห์ที่มีหนังไทยเข้า ผมคงต้องละเว้นที่จะไม่เขียนบทวิจารณ์ตามที่บอกไว้
เพราะเป็นคนทำงานใกล้ชิดแวดวงหนังไทย จึงคิดว่าไม่สมควรที่จะวิพากษ์คนในแวดวงเอง
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสัปดาห์นี้จะมีหนังทางเลือกอื่นให้ดู แต่ว่าสัปดาห์นี้ขออยู่บ้านบ้าง
ก็เปิดตู้ดีวีดีที่บ้านซะหน่อย แล้ววันนี้ก็หยิบหนังที่คิดว่าคอหนังหลายคนคงดูมาแล้วล่ะ
แต่เผอิญผมยังไม่ได้ดู (แหะๆ) เป็นหนังรางวัลเมืองคานส์จากญี่ปุ่นเรื่อง Tokyo Sonata

————————————————————————————

Tokyo Sonata เล่าเรื่องของครอบครัว Sasaki ครอบครัวญี่ปุ่นธรรมดาครอบครัวหนึ่ง
ซึ่งสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนก็กำลังมีปัญหาของตัวเอง แต่ว่าแต่ละคนก็พยายามปิดบังไว้
ในขณะที่ Ryohei หัวหน้าครอบครัวต้องมาตกงานกระทันหัน แต่ก็พยายามไม่บอกทุกคน
แต่สมาชิกครอบครัวที่เหลือต่างก็มีความต้องการของตัว แต่ปัญหาคือ ทั้งสามไม่อาจบอกเรียวเฮได้
ในขณะที่ Takashi อยากไปเป็นทหาร Kenji ก็ต้องการจะเรียนเปียโน จนต้องแอบไปเรียน
Megumi ภรรยา ก็มีความต้องการส่วนตัวเช่นกัน และทั้งหมดก็เหมือนระเบิดเวลานับถอยหลัง



*เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง*

หนังเดินเรื่องโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ เรียวเฮ กับอัตตาและความยึดมั่นถือมั่นของเขา
หนังค่อยๆสร้างบรรยากาศในครอบครัวและความต้องการของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคน
และค่อยๆถ่ายทอดภาพของสังคมคนญี่ปุ่นที่แต่ละคนมีบริบททางสังคมที่ตนเองยึดถือ
เราจะค่อยๆรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวเหมือนมีกำแพงปิดกั้นเอาไว้ที่ยากจะทลายได้
ซึ่งกำแพงนั้นก็มาจากตัวเรียวเฮเอง รวมถึงสมาชิกในครอบครัวก็ช่วยกันสร้างมันเองด้วย

หนังเดินเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป สร้างความสัมพันธ์ที่น่าอึดอัดภายในครอบครัวทีละน้อย
ซึ่งทำให้เรารู้สึกได้ถึงระเบิดเวลาที่รอวันระเบิดของสมาชิกครอบครัวแต่ละคน
เมื่อความต้องการถูกขวางกั้น จากบริบทสังคมของครอบครัว และอัตตาของตัวเรียวเฮเอง
หนังให้ความรู้สึกที่จริงมากในช่วงที่ความสัมพันธ์ของแต่ละคนอยู่ในภาวะอึดอัดต่อกัน
แล้วค่อยๆเผยความต้องการของแต่ละคน ให้ความรู้สึกได้เข้าไปสัมผัสชีวิตครอบครัวจริงๆ



แต่เมื่อระเบิดเวลาของแต่ละคนระเบิดแล้ว ดูเหมือนหนังสูญเสียความรู้สึกจริงไปสักหน่อย
ถึงแม้ว่าสิ่งที่ตัวละครได้พบเจอจะให้ความรู้สึกที่แรงสมกับระเบิดเวลาที่สะสมมาก็ตาม
แต่ก็ให้ความรู้สึกจัดกระทำไปสักนิด ทั้งเรียวเฮที่เจอเมกุมิกลางห้าง เคนจิที่เจอจับเข้าคุก
หรือตัวเมกุมิที่เจอหัวขโมยจับไปเป็นตัวประกันช่วงหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้หนังเสียศูนย์ไป
และหนังก็กลับมาสรุปจบได้อย่างสงบนิ่ง และให้ความรู้สึกจริงอย่างที่หนังวางมาตลอด



*นักแสดงและตัวละคร*

เมื่อหนังพูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว ตัวละครจึงมีบทบาทสำคัญต่อเรื่องมากๆ
สิ่งที่รู้สึกชื่นชมที่สุดคือความ “จริง” ของตัวละครแต่ละคน เป็นภาพสะท้อนของคนญี่ปุ่นมากๆ
คงจะไม่พูดถึงว่านักแสดงทำหน้าที่ดีอย่างไร เพราะที่เราเห็นคือแทบไม่รู้สึกว่านี่คือตัวละครเลย
และไม่เฉพาะกับคนญี่ปุ่นเอง นี่ยังเป็นภาพสะท้อนของคนเอเชียในหลายๆภูมิภาคที่ก็เป็นรูปแบบนี้
ลูกที่ไม่กล้าบอกความต้องการกับพ่อ แต่พูดกับแม่ พ่อที่พยายามรักษาบทบาทในครอบครัว
แม่ที่ต้องเก็บความรู้สึกและความต้องการข้างในที่อาจขัดแย้งกับหน้าที่ในครอบครัวไว้



หนังค่อยๆเชื่อมความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้ได้รู้สึกจริง จนเราค่อยๆรู้สึกไปตามตัวละคร
หนังใช้ความต้องการของตัวละครในการขับเคลื่อนเรื่องให้เดินไป ค่อยๆสร้างความรู้สึกไป
แม้เรื่องมีตัวละครหลัก 4 คน แต่ก็โฟกัสอยู่กับความต้องการของแต่ละคนที่ต้องหาทางลงต่อกัน
ซึ่งยังเป็นการสะท้อนภาพครอบครัวเดี่ยวในทุกวันนี้ ที่แต่ละคนอยู่กับตัวเองอย่างถึงลึกเข้าไปอีก

นอกจากนั้น ภาพตลกร้ายที่คนตกงานยังใส่สูทผูกไทออกจากบ้าน ตัวละครตั้งโทรศัพท์โทรหลอก
อาจไม่ใช่ภาพที่ให้ความรู้สึกจริงนัก แต่การที่หนังใส่มาอย่างถูกที่ถูกเวลาโดยไม่รู้สึกจงใจ
กลับเป็นตัวเสริมความเป็นตัวละครของเรียวเฮได้รู้สึกจริง ทั้งความรู้สึกและอัตตาของตัวละคร
ทำให้ไม่ใช่เรื่องของแค่ครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนในสังคมที่มีตัวละครแบบนี้ทุกแห่งหน



*ปมและกิมมิคต่อการดำเนินเรื่อง*

หนังใช้ “ความเงียบและการปิดบัง” เป็นปมสำคัญในการดำเนินเรื่องในทุกองค์ประกอบ
ตั้งแต่การกระทำของตัวละคร ที่ปิดบังความต้องการของตัวเอง แม้จะพูดก็ไม่กล้าจะพูดทั้งหมด
แม้รู้ความต้องการของแต่ละคน ก็เลือกที่จะไม่พูดจากันตรงๆ กลับใช้อารมณ์ของตนเข้าพูดแทน
รวมไปถึง Mood & Tone ที่หนังใช้ดนตรีให้เหมือนแทนความรู้สึก มากกว่าจะแสดงอารมณ์ของฉาก



หนังยังวางตัวละครแต่ละคน ให้มีสัญญะของความเงียบและการปิดบังของตัวเองอยู่ทุกคน
เรียวเฮที่พยายามใส่สูทไปทำงานทุกวัน ปิดบังความจริงที่ตกงาน และใช้อัตตาปิดบังความอ่อนแอ
คีย์บอร์ดเสียๆของเคนจิ ที่เหมือนเป็นสัญญะของการปิดบังความต้องการของตนเองทั้งที่อยากทำ
รถเปิดประทุนได้ที่เมกุมิอยากขับ และเมื่อเธอได้ขับรถนั้น การเปิดประทุนก็เหมือนการปลดปล่อย

หรือแม้กระทั่งในฉากจบ ที่ทาคาชิ เขียนจดหมายมาจากตะวันออกกลางพูดถึงการไปเป็นทหาร
จดหมายก็เป็นความเงียบของทาคาชิ เพราะเมื่อทาคาชิจะไปเป็นทหาร ยื่นจดหมายให้พ่อแม่เซ็น
ทาคาชิก็ไม่ได้พูดตรงๆ การเขียนจดหมายทั้งที่โทรมาก็ได้ ก็เหมือนการยังไม่กล้าพูดจาอะไรออกไป



และเมื่อทุกคนต่างเงียบและปิดบังต่อกัน บางครั้งหนทางนี้ก็เป็นจุดลงที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว
เมื่อระเบิดเวลาของครอบครัวระเบิดไปแล้ว ทั้งหมดได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง ต่างคนต่างไม่พูดอะไร
เพียงทักทายกันปกติ แต่ก็คือหนทางที่ดีที่สุด เพราะต่างคนต่างก็ได้รับรู้ความเป็นไปของแต่ละคนแล้ว
เป็นการวางปมหลักที่สร้าง Conflict และวางบทสรุปของตัวละครได้ครบรอบอย่างสมบูรณ์



*การกำกับ งานสร้าง และองค์ประกอบภาพยนตร์*

ใครที่ชื่นชมความเป็นเอกลักษณ์ของหนังญี่ปุ่น ที่เน้นความนิ่งเรียบคงจะไม่พูดถึงงานสร้างเท่าไหร่
เพราะหนังญี่ปุ่นไม่ค่อยเน้นงานสร้างอลังการแบบฮอลลีวู้ด เอกลักษณ์คือความเป็นธรรมชาติและชีวิต
ใช้สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวในการเล่าเรื่อง การถ่ายภาพที่นิ่งสงบ ดนตรีและการตัดต่อที่ไม่มากมาย
ใช้หลักน้อยแต่รู้สึกมาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้หนังญี่ปุ่นหลายๆเรื่องรู้สึกจริงอยู่เสมอๆ

ซึ่งทำให้อยากพูดถึงการกำกับของ Kiyoshi Kurosawa อันที่จริงก็เคยดูหนังของเขาแค่เรื่อง Kairo
แต่ก็เห็นเอกลักษณ์ในการเล่าเรื่องที่นิ่งเรียบ และการใช้ทุกองค์ประกอบในหนังอย่างไม่ฟุ่มเฟือย
ใครที่เคยดู Kairo เมื่อมาเทียบกับเรื่องนี้จะเห็นข้อนี้ชัด หนังเล่าเรื่องของคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มเดียว
ในสภาพแวดล้อมไม่กี่ที่ แต่ค่อยๆปรุงแต่งและเดินเรื่องราวให้รู้สึกใหญ่เหมือนโลกทั้งใบได้
ถึงจะเป็นหนังคนละ Genre แต่ก็เห็นจุดนี้เหมือนกัน และ Tokyo Sonata ยิ่งกลมกล่อมกว่าเดิมอีก



*จุดดี จุดด้อย และภาพรวม*

เรามาสรุปจุดดี จุดด้อย และภาพรวมของหนังกัน

จุดดี
1. หนังสะท้อนภาพสังคมญี่ปุ่นทั้งใบได้อย่างถึงลึก ผ่านเพียงครอบครัว Sasaki แค่ครอบครัวเดียว
2. การวางสัญญะตัวละครและทุกองค์ประกอบภาพยนตร์ที่ส่งเสริมแกนหลักเรื่องอย่างหนักแน่น
3. ความรู้สึกจริงของเรื่องและตัวละคร แทบไม่รู้สึกว่านี่คือตัวละครในหนัง แต่คือชีวิตที่กำลังนั่งชม
4. การพัฒนาเรื่องราวที่ค่อยเป็นค่อยไป จนไปถึงจุดระเบิดของตัวละครได้อย่างไม่รู้สึกน่าเบื่อเลย

จุดด้อย
1. หนังสูญเสียความรู้สึกจริงไปเล็กน้อยเมื่อระเบิดเวลาครอบครัวระเบิดในช่วงท้าย

หนัง Tokyo Sonata เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกน้อยแต่ได้มาก และบาดลึกลงไปในใจไม่น้อย
หนังเล่าเรื่องของครอบครัวเดียว แต่กลับทำให้รู้สึกถึงภาพสะท้อนของสังคมที่ใหญ่กว่านั้นอย่างลึกซึ้ง
มีชั้นเชิงในการเล่าที่กลมกล่อม ให้ความรู้สึกจริง และเป็นสองชั่วโมงที่ไม่รู้สึกยาวเกินไปเลย

เกรด A- (คะแนน 9.5)

Posted on สิงหาคม 14, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: