Rise Of The Planet Of The Apes: นี่สิถึงจะเรียกว่าหนังลิงครองโลก

เมื่อหลายปีก่อน ผมตีตั๋วเข้าไปดูหนังรีเมค Planet Of The Apes ของป๋าทิม เบอร์ตัน
ตั้งความหวังไว้เต็มเปี่ยม เพราะระดับป๋าแล้วคงไม่ทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะงานอาร์ท
ผลปรากฎว่าเนื้อหนังก็เฉยๆ งานอาร์ทก็ห่างไกลลายเซ็นต์ป๋า แถมตอนจบ เหวอแดก!!!
แต่หนังเรื่องนี้ได้ยินกี่ครั้งก็ตั้งความหวังทุกที เพราะหนังมนุษย์พ่ายแพ้ไม่ค่อยจะมีบ่อยๆ
แล้วคราวนี้ก็มาอีกคำรบ แถมกลับไปตั้งต้นตั้งแต่ก่อนกำเนิดพิภพวานรกันเลยทีเดียว

—————————————————————————-

Rise Of The Planet Of The Apes เซ็ตเรื่องในโลกปัจจุบันโดยเรื่องเกิดในซาน ฟรานซิสโก
โดยเล่าเรื่องของ Will Rodman ดอกเตอร์ที่พยายามค้นหายารักษาอัลไซเมอร์ โดยใช้ลิงทดลอง
นอกจากเพื่อช่วยมนุษยชาติแล้ว ปมลึกๆก็คือ วิลล์ต้องการรักษาพ่อที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ให้ได้
แต่แน่นอนว่า ยาที่เป็นเชื้อไวรัสนั้นก็มีผลข้างเคียง คือ เสริมสร้างเซลล์ทำให้ลิงฉลาดขึ้น
และผลที่ตามมาก็คือ จุดเริ่มต้นของหายนะของมนุษยชาติ จากสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดลำดับที่สองนี่เอง



*เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง*

ถ้าเป็นหนังแนววิทยาศาสตร์ทำให้สัตว์ฉลาด ก็มักจะออกแนวการทดลองน่าขนลุกจนสัตว์อาละวาด
แต่สำหรับเรื่องนี้แล้ว หนังเลือกที่จะเดินเรื่องอย่างมีพัฒนาการ โดยมุ่งไปที่เรื่องราวของ ซีซาร์
เริ่มจากตั้งแต่ซีซาร์แรกเกิดจนชีวิตเปลี่ยนไป ทำไมในท้ายที่สุดซีซาร์ถึงนำลิงมายึดครองโลกได้
อันเป็นการทำให้เห็นเลือดเนื้อ ความรู้สึก ชีวิตได้อย่างลึกซึ้งหนักแน่นของการกำเนิดเรื่องราวจริงๆ



หนังเดินเรื่องไม่ยืดยาด รวดเร็วแต่กระชับ แม้ช่วงเวลาการเติบโตของซีซาร์จะยาวนานก็ตาม
หนังใช้โลกของลิงได้อย่างเป็นประโยชน์ในการเดินเรื่องให้รวดเร็ว และให้ข้อมูลแต่พอดีคำ
ได้เห็นโลกของซีซาร์อย่างรอบด้าน ค่อยๆปูความรู้สึกนึกคิดของซีซาร์กับโลกมนุษย์รอบตัวได้ดี
จนเมื่อซีซาร์ต้องถูกทอดทิ้ง ซีซาร์ค่อยๆแปรเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดไปเป็นนักปฏิวัติได้ไง
และส่วนที่ดีมากคือ ในศูนยกักกันสัตว์ ที่แสดงให้เห็นพัฒนาการของซีซาร์กับลิงที่จะครองโลก

หนังฉลาดมากที่จะโฟกัสไปที่เรื่องราวของซีซาร์ตรงๆ โดยให้มนุษย์เป็นเพียงส่วนเสริม
เพราะเนื้อพื้นเรื่องราวแบบนี้ เล่าซ้ำกันมาหลายเรื่องแล้ว ที่มนุษย์ทดลองจนสัตว์ฉลาดหรือเก่งเกิน
การโฟกัสไปที่ความรู้สึกนึกคิดของซีซาร์ โดยใช้การกระทำต่างๆของมนุษย์เป็นตัวสร้างพัฒนาเรื่องราว
นั่นทำให้หนังเรื่องนี้มีความแตกต่าง และมีเนื้อหาที่หนักแน่น จนนำไปสู่จุดจบของหนังได้สวยงาม



*นักแสดงและตัวละคร*

นอกจากหนังจะฉลาดในการโฟกัสเรื่องราวแล้ว หนังก็ฉลาดในการเลือกใช้นักแสดงอีกด้วย
หนังไม่ลังเลที่จะเลือกว่านักแสดงคนใดจะมีบทบาท คนใดควรจะเป็นเพียงส่วนเสริมเรื่องเท่านั้น

ในเมื่อหนังโฟกัสไปที่เรื่องราวของ ซีซาร์ ภาระทั้งหมดจึงไปอยู่ที่ผู้แสดงเป็นซีซาร์คือ Andy Serkis
จากที่เคยมอบชีวิตให้ Gollum ใน The Lord of the Rings มาแล้ว Andy ก็ได้มอบชีวิตให้ซีซาร์อีก
ภาระที่ต้องแบกไว้ตั้งแต่ซีซาร์เป็นลิงที่มีความสุข เติบโตมากับมนุษย์ ไปจนกระทั่งไปปฏิวัติโลก
แน่นอนว่าเรารู้ว่า CG ก็ช่วยสร้างซีซาร์ขึ้นมาต่อ แต่มันจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ Andy Serkis
Andy ได้มอบความสมบูรณ์แบบให้ซีซาร์ ทำให้คนได้ผูกพันกับซีซาร์ตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ



และแม้มนุษย์จะเป็นเพียงส่วนเสริม แต่ James Franco กับบทของวิลล์ ก็ไม่ได้จมหายไปไหน
สิ่งที่เจมส์ได้มอบให้ คือการพัฒนาการเรื่องราวให้แน่น กับความมุ่งมั่นในการจะรักษาพ่อของตน
รวมถึงความรักที่มีให้ซีซาร์ ความผูกพันต่อทั้งสองสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา เจมส์ให้น้ำหนักได้อย่างลงตัว

หนังใช้มุมมองพฤติกรรมมนุษย์เพื่อเติมเต็มชะตากรรมของซีซาร์ที่จะนำเหล่าวานรยึดครองโลก
ซึ่งหนังก็ใช้แต่ละจุดอย่างได้ผล ด้วยวิธีการง่ายๆ แต่เติมเต็มบทสรุปว่าทำไมวานรจะครองโลก
ทั้งความเปราะบางของ ชาร์ลส์ พ่อของวิลล์ ความป่าเถื่อนของมนุษย์อย่าง ดอดจ์ คนดูแลสถานกักสัตว์
ซึ่งเป็นการจิกกัดมนุษย์ไปในตัวว่า อยากเป็นเจ้าโลกแต่ก็ยังป่าเถื่อนและยังเปราะบางอีกต่างหาก
เหล่าเพื่อนบ้านที่มองซีซาร์ เหมือนแทนมนุษย์ทั้งโลก และเหล่านักวิทยาศาสตร์และพ่อค้ายา
ทั้งหมดเป็น ชิ้นส่วนที่ค่อยๆเติมเต็มบทสรุปของซีซาร์ ซึ่งหนังวางตัวละครเหล่านี้ได้อย่างลงตัว



หนังอาจมีจุดติดขัดนิดๆ ในส่วนของ Curve ในการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของตัวละครมนุษย์อยู่บ้าง
อย่างเช่น ตัวละครสตีฟ ที่เป็นเจ้าของโครงการยาไวรัสของวิลล์ ที่ดูแรกๆก็เหมือนจะมีมนุษยธรรมอยู่
แต่อยู่ๆก็เปลี่ยนกลายเป็นพ่อค้ายาหวังกำไรไปได้รวดเร็วไปหน่อย ซึ่งหนังยังทำได้ไม่เนียนนัก
หรือวิลล์ ที่หลังจากต้องปล่อยให้ซีซาร์ต้องถูกกักตัวไปแล้ว ความอาวรณ์ต่อซีซาร์ยังดูบางๆไป
จนไปถึงตอนจบที่ต้องเจอซีซาร์ อารมณ์ต่อสิ่งที่ตนได้ทำลงไปกลับดูหายไป ทั้งที่เรื่องมันใหญ่มาก
แต่ว่า ก็ถือเป็นจุดด้อยเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้ส่งผลต่อเนื้อเรื่อง และก็ถือว่าพอจะมองข้ามไปได้



*ปมและกิมมิคต่อการดำเนินเรื่อง*

หนังใช้ปมของ การกักขังและการโหยหาความรักและอิสรภาพ ได้อย่างเรียบง่ายและสวยงาม
สัญญะที่หนังใส่ลงมานั้น ง่ายและตรงไปตรงมา และเหมือนเป็นชิ้นส่วนในการต่อเติมภาพจนเต็ม

ปลอกคอ กรง สิ่งเหล่านี้ปรากฎอยู่ตลอดหนัง เป็นทั้งการสื่อสารและการจิกกัดสังคมมนุษย์ไปในตัว
ว่าเรามอบความรักให้สัตว์ แต่เราก็ยังกักขังมัน ยังควบคุมมัน ยังต้องการเป็นเจ้านายเหนือมัน
แม้กระทั่งบ้านของซีซาร์ที่ดูเหมือนอบอุ่น แต่กระนั้นซีซาร์ก็ยังต้องอยู่แต่ในบ้านเหมือนถูกกักขัง
เมื่อออกมานอกบ้าน แม้จะเพื่อช่วยคุณพ่อวิลล์ ก็ถูกมองเป็นตัวประหลาด มิอาจอยู่ร่วมกันได้



หน้าต่าง เป็นเหมือนทั้งกรงขังและการโหยหาความรักและอิสรภาพของซีซาร์ ซึ่งหนังใช้ตลอดทาง
หน้าต่าง เป็นที่ที่ซีซาร์ได้มองเห็นพ่อของวิลล์เสมอๆ ได้รู้สึกถึงความรัก เป็นที่ให้ความอบอุ่นแก่ซีซาร์
เมื่อถูกกักตัว ซีซาร์วาดหน้าต่างบ้าน โหยหาความรักความอบอุ่นที่เคยมี หน้าต่างยังเป็นตัวจิกกัดด้วย
เพราะเมื่อถูกกักขัง ซีซาร์พยายามขอความรักและอิสรภาพผ่านกระจก ซึ่งเคยเป็นที่เคยรู้สึกมีความรัก
แต่ท้ายที่สุด ซีซาร์มองกระจกเหมือนเป็นตัวกั้นอิสรภาพ และเมื่อเริ่มบุก ลิงพุ่งทะลุกระจกเพื่อมีอิสระ



แม้กระทั่งชื่อ ซีซาร์ ก็ยังเป็นเหมือนสัญญะและการจิกกัดไปในตัว เพราะชื่อมาจาก จูเลียส ซีซาร์
จูเลียส ซีซาร์ เป็นมนุษย์ผู้พิชิตและสร้างโลกที่เรายังคงอยู่ในปัจจุบัน และก็คือสัญญะของ ซีซาร์
ซีซาร์เกิดมาเป็นผู้เหนือกว่าลิงตัวอื่น ดังเช่น จูเลียส ซีซาร์ และชื่อก็จิกกัดมนุษย์ได้อย่างเจ็บแสบ
เพราะผู้พิชิตตนนี้คือ ลิงชิมแปนซี ที่มายึดครองโลกมนุษย์เหมือนที่ ซีซาร์มนุษย์ เคยยึดครองโลก

และอย่างที่บอกคือ หนังใช้การต่อชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่บทสรุปของซีซาร์และเหล่าวานร
ทั้งความเป็นตัวละคร และสัญญะต่างๆเหล่านี้ก็เป็นชิ้นส่วนแข็งแรงอีกส่วนที่เติมเต็มเรื่องราว
ซึ่งหนังวางได้อย่างเรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องมีชั้นเชิงลึกล้ำอะไรเลย แต่วางเรียงได้อย่างสวยงาม
ผ่านสิ่งที่เราก็คุ้นเคยมาอยู่แล้ว แต่นำมาเรียงกันอย่างมีลำดับมีเหตุผลที่ทำให้ไม่รู้สึกซ้ำซาก
จนทำให้เส้นเรื่องที่เราก็รู้จุดจบอยู่แล้ว กลับมีความหนักแน่นและรู้สึกเต็มอิ่มเมื่อได้ดูจนจบ



*การกำกับ งานสร้างและองค์ประกอบภาพยนตร์*

กับการกำกับหนังยาวเพียงเรื่องที่สอง แต่งานนี้น่าจะทำให้ Rupert Wyatt เป็นที่จับตามองจริงๆ
เพราะสามารถเรียงร้อยและคุมเรื่องราวได้อย่างอยู่หมัด เล่าเรื่องด้วยวิธีการง่ายๆแต่สวยงาม
คุมหนังที่ใช้โลเคชั่นไม่มากให้ดูเหมือนโลกทั้งใบ พอถึงฉากสำคัญฉากสุดท้ายที่ลิงบุกเมือง
ก็ทำได้น่าตื่นตาและลุ้นระทึก นำความเป็นวานรมาใช้ได้อย่างสนุกสนาน (ซึ่งก็คงต้องชมบทด้วย)



งานสร้างต้องเรียกว่า น้อยแต่ได้มาก หนังใช้โลเคชั่นน้อยมากในการเล่า แต่กลับใช้ได้คุ้มค่า
เพียงแค่ละแวกบ้านของวิลล์ ห้องทดลอง สถานกักกันสัตว์ สะพานโกลเด้นเกต และป่าสน
หนังใช้พื้นที่เพียงเท่านี้ แต่ทำให้รู้สึกได้ราวกับว่าเป็นโลกทั้งใบที่กำลังเตรียมจะโดนยึดครอง
การใช้เมือง สะพาน ป่า เป็นการวางองค์ประกอบที่เล่าเรื่องได้อย่างเนียนตา แถมเป็นสัญญะได้อีก
ตอนจบ ที่เหล่าวานรมองจากป่ากลับไปยังเมือง เป็นการจบเรื่องที่สมบูรณ์ว่าพร้อมจะยึดครองแล้ว

ที่ต้องชมอย่างสุดท้ายคือ ฉากจบของเรื่อง ที่ทำให้เห็นได้เคลียร์เลยว่า เหล่าวานรยึดโลกได้ยังไง
ถือเป็นการรู้จักใช้องค์ประกอบที่ตัวเองวางมาไว้ได้อย่างได้ผล เพียงเลือดแค่หยดเดียว
และใช้เครดิตจบได้คุ้มค่า และยังเล่าเรื่องราวได้ครบสมบูรณ์ด้วย โดยไม่ต้องไปถ่ายให้เปลืองเงิน



*จุดดี จุดด้อย และภาพรวม*

เรามาสรุปจุดดี จุดด้อย และภาพรวมของหนังกัน

จุดดี
1. หนังเล่าเรื่องได้เรียบง่าย แต่เรียงร้อยได้สวยงามไม่รู้สึกซ้ำซาก เดินเรื่องได้กระชับรวดเร็ว
2. การแสดงของ Andy Serkis ในบทของซีซาร์
3. การต่อเติมชิ้นส่วนทุกองค์ประกอบของหนังจนสร้างโลกและบทสรุปได้อย่างลงตัวสวยงาม
4. การใช้โลเคชั่นที่น้อยแต่ได้มาก เล่าเรื่องราวได้อย่างครบถ้วนราวกับโลกทั้งใบ
5. หนังรู้จักโฟกัสเรื่องที่ควรโฟกัสคือ ซีซาร์ ทำให้หนังหนักแน่นในเรื่องราวของตัวเองจริงๆ

จุดด้อย
1. Curve การเปลี่ยนแปลงและอารมณ์ตัวละครบางจุดที่ยังดูโดดหรือหายไป ทำให้มีสะดุดเล็กน้อย

โดยภาพรวมแล้ว ต้องบอกว่า นี่คือการกำเนิดพิภพวานรที่ถือว่ายอดเยี่ยมจริงๆ
หนังเล่าเรื่องง่ายแต่เรียงร้อยสวยงาม เล่าเรื่องที่รู้จุดจบอยู่แล้วให้ออกมาได้ดูแล้วไม่รู้สึกซ้ำซาก
ลบภาพเหวอแดกจากฉบับของป๋าทิม เบอร์ตันไปได้เลย กลายเป็นภาคต่อทรงคุณค่าไปอีกเรื่องแล้ว

เกรด A- ครับ (คะแนน 9.3)

Posted on สิงหาคม 5, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. 1 ความเห็น.

  1. เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกอิ่มอก อิ่มตา อิ่มใจ มากๆเรยครับ วางเนื้อเรื่องมาแบบง่ายๆ แต่น่าติดตาม และรู้สึกอินไปกับตัวละคร ในเรื่องด้วย

    ก็คงต้องตั้งตารอ ภาค2 ต่อไปครับ ..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: