Captain America – The First Avenger: อเมริกันฮีโร่สนุกแบบกั๊กๆ

รู้สึกช่วงหลังๆมานี่ หนังซูเปอร์ฮีโร่จะแห่มากันเยอะเหลือเกิน
ก็ไม่รู้ว่าฮอลลีวู้ดหมดมุขจะทำหนังบล็อกบัสเตอร์กันแล้วหรือไง
ถึงได้เทกระจาดซูเปอร์ฮีโร่มามากมายขนาดนี้ เดี๋ยวปีหน้าก็จะมากันอีก
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เห็นออกมากี่เรื่อง คนดูก็ยังแห่กันไปดูทุกเรื่องอยู่ดีล่ะนะ
แล้วค่ายการ์ตูนที่มีฮีโร่ในกำมือเยอะที่สุดอย่าง Marvel ก็ส่งซูเปอร์ฮีโร่มาอีกคนแล้ว

————————————————————————–

Captain America – The First Avenger เป็นเรื่องราวการกำเนิดของกัปตันอเมริกา
เมื่อ Steve Rogers เด็กหนุ่มขี้โรค แต่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าอยากจะเป็นทหาร
เพื่อไปรบกับนาซีเยอรมัน แต่ว่าสมัครไปกี่ที่ กองทัพก็ปฏิเสธหมดเพราะร่างกายอ่อนแอเกิน
แต่ในที่สุดความพยายามก็เห็นผล เมื่อ Dr. Abraham Erskine เห็นความมุ่งมั่นที่ดีของสตีฟ
จึงให้โอกาสสตีฟเข้าร่วมกองทัพ ในโปรเจ็คต์ลับสร้างสุดยอดทหารของรัฐบาลอเมริกัน



*เนื้อเรื่องกับการดำเนินเรื่อง*

Captain America เริ่มเรื่องได้อย่างน่าสนใจด้วยการสร้างคอนทราสต์ในตัวละครอย่างสตีฟ
และไม่เสียเวลาในการดำเนินเรื่องนาน เพื่อที่จะเปลี่ยนสตีฟให้กลายเป็นสุดยอดทหาร
นอกจากนั้น หนังก็เปิดเรื่องตัวร้ายอย่าง Red Skull ได้อย่างโหดเหี้ยมน่าสนใจเช่นกัน
ประกอบกับการใช้เรื่องราวความสนใจในสิ่งของลึกลับของนาซี ซึ่งมักจะได้ผลตลอดอยู่แล้ว

แต่หลังจากสตีฟได้เปลี่ยนเป็นซูเปอร์ทหารแล้ว หนังก็ค่อนข้างจะเดินตามสูตรพอสมควร
โดยที่เน้นหนักไปที่ปฏิบัติการของสตีฟ ซึ่งกลายเป็นกัปตันอเมริกาไปแล้วในภารกิจต่างๆ
ซึ่งมุ่งเป้าไปยัง องค์กรไฮดร้า ของ Red Skull เพื่อที่จะหยุดยั้งไม่ให้องค์กรไฮดร้าครองโลก
ซึ่งก็ค่อนข้างจะฮีโร่จ๋าอยู่ไม่น้อย เพราะกัปตันอเมริกามักจะออกไปลุยแถวหน้าตลอด



อาจจะเรียกว่าเป็นการดีส่วนหนึ่งก็ได้ที่หนังวางพระเอกกับผู้ร้ายในตำแหน่งที่สุดขั้วกัน
กัปตันอเมริกาจากหนุ่มขี้โรคมามีพลังซูเปอร์ พวก Red Skull ก็มีสุดยอดขุมพลังต้องการครองโลก
เลยเหมือนรายการช้างชนช้างเกิดการติดตามโดยปริยาย ซึ่งหนังก็เดินเรื่องได้สนุกพอสมควร
แล้วหนังยังทำให้กัปตันอเมริกาไม่ดูเก่งโอเวอร์ด้วยการให้มีทีมทหารฝีมือดีไปร่วมภารกิจด้วย
ทำให้กัปตันดูเป็นผู้เป็นคนไม่ฮีโร่เกินไป แม้ว่าจะตะลุยเดี่ยวทุกที เพราะก็แข็งแรงกว่าใครอยู่แล้ว

แต่ว่า ก็เหมือนว่าหนังจะกั๊กๆ ความเก่งกาจของพวก Red Skull ไว้ซะงั้น เหมือนกลัวว่าจะเก่งเกินไป
ในขณะเดียวกัน กัปตันอเมริกาและพวกเอง ก็ดูเหมือนหนังจะให้เก่งกาจไร้เทียมทานไปหน่อย
หนังเลยขาดสมดุลไป เพราะฝั่งหนึ่งโดนฉุดเอาไว้ แต่อีกฝั่งหนึ่งดันปล่อยเกียร์แถมให้ตัวช่วยอีก
เลยกลายเป็นว่า พอดูหนังไปก็รู้สึกลุ้นตามน้อยลงเรื่อยๆ เพราะทุกอย่างดูไปได้ง่ายดายกว่าที่คิด



*นักแสดงและตัวละคร*

นอกจากกัปตันอเมริกาแล้ว ตัวละครอื่นก็ไม่ได้มีแบ็คกราวน์คาแรกเตอร์ที่มีความลึกอะไร
ฝ่ายดีก็คือฝ่ายดี ฝ่ายร้ายก็คือฝ่ายร้าย ตัวละครแต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเองในหนังอยู่แล้ว
และจะว่าไป หลังจากสตีฟกลายเป็นกัปตันอเมริกา ก็มีหน้าที่ในหนังคือ พิทักษ์โลก เช่นกัน

ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นจุดเสียอะไร เพราะว่าเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าหนังแนวนี้ก็มักจะเป็นแบบนี้
ที่จะมีเพียงตัวเอกที่จะมีปมส่วนตัวที่ผลักดันให้กลายมาเป็นตัวเองอย่างที่เป็นในภาพยนตร์
และหนังเองก็ยังใช้ตัวละครได้ค่อนข้างจะทั่วถึงทั้งในบทบาทตัวละครแต่ละตัวและเวลาที่ให้
ทุกคนมีโมเมนต์ของตัวเอง และก็เป็นที่จำได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวละครรองๆที่ออกมา



Chris Evans เปลี่ยนตัวเองจาก Johnny Storm ฮีโร่ขี้โอ่ใน Fantastic 4 ได้อย่างน่าสนใจ
แม้ว่าบทจะไม่เปิดโอกาสทางการแสดงให้มากนักหลังจากสตีฟเป็นซูเปอร์ทหารไปแล้ว
แต่ก็เห็นได้ชัดว่าคริส อีแวนส์เปลี่ยนตัวเองจากหนุ่มขี้โรคเป็นกัปตันที่มั่นใจได้ดีทีเดียว
ในความมั่นใจก็ยังเห็นความอ่อนไหวและประดักประเดิดแบบสตีฟได้อยู่ในทุกนาที

แต่ในการใช้ตัวละครได้อย่างทั่วถึงนั้น บทบาทของแต่ละคนเองก็ไปไม่ได้สุดทางเท่าไหร่
หนังดูเหมือนจะมีปัญหาในการพาบทบาทตัวละครไปให้สุดทางอย่างที่หนังพยายามจะวางไว้



อย่างความสัมพันธ์ของ Steve กับ Peggy ในหนังนั้นก็เหมือนถูกจับวางมาตั้งแต่ต้นแล้ว
แม้หนังจะวางเพ็กกี้ไว้ในสถานะดีมาก และหาโอกาสให้ทั้งสตีฟและเพ็กกี้ได้เจอหน้ากันตลอด
แต่ก็กลับไม่ได้รู้สึกว่าทั้งสองรักกันลึกซึ้งอย่างที่อยากให้เป็น ทั้งที่เราก็เห็นหน้าทั้งสองตลอด
เพราะด้วยความที่ว่าสตีฟเหมือนมีเพ็กกี้เป็นผู้หญิงคนเดียวให้คุย และก็เป็นหน้าที่ที่ต้องเจออยู่แล้ว
ประกอบกับหนังเน้นภารกิจของสตีฟมากกว่า ความสัมพันธ์จึงเหมือนโดนปูแบบกั๊กๆไว้ตลอดทาง



Hugo Weaving ในบทบาท Red Skull ก็น่าเสียดายเช่นกันเพราะว่าจะร้ายก็ดันไม่ร้ายสุดเท่าไหร่
ทั้งที่ความสามารถของ Hugo เองก็ถึงอยู่แล้วกับบทแบบนี้ แต่บทหนังก็ปิดโอกาสตรงนี้ไป
แม้ว่าจะเปิดตัว Red Skull ออกมาได้สวยงาม ทั้งความทะเยอทะยานและความโหดเหี้ยมสุด
กลายเป็นว่าไปกั๊กความร้ายไว้ซะ ทั้งที่ Hugo เองก็อุตส่าห์ให้การแสดงที่ฉายแววร้ายสุดๆให้แล้ว
พอหนังดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ความร้ายของตัว Red Skull ก็เลยรู้สึกค่อยๆหดหายไปตามเวลา

นอกจากนั้นตัวละครอื่นๆก็เป็นไปตามบทบาทในหนัง Tommy Lee Jones กับบทผู้พันเชสเตอร์
ก็ไม่มีอะไรเหนือความสามารถอยู่แล้ว หนังยังแนะนำ Howard Stark ให้คิดถึง Tony Stark ด้วย
และแน่นอนว่า Stan Lee ก็โผล่มาแจมอีกเช่นเคย ส่วนจะเป็นตอนไหนคงต้องไปดูเอานะครับ



*ปมและกิมมิคต่อการดำเนินเรื่อง*

ที่จริงหนังมีปมที่น่าสนใจในการดำเนินเรื่องอยู่แล้วอย่าง ความมุ่งมั่นในความอ่อนแอ
ซึ่งหนังเปิดมาได้อย่างน่าสนใจมากกับตัวสตีฟ ที่มุ่งมั่นจะเป็นทหารเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้
เพียงแค่รูปลักษณ์ที่อ่อนแอสุดๆ แต่อยากเป็นทหารกล้า ก็ให้ความรู้สึกสุดขั้วได้ดีแล้ว
แต่ทว่าน่าเสียดายที่หลังสตีฟกลายเป็นกัปตันอเมริกาแล้ว หนังกลับทิ้งปมตรงนี้ไปเสีย



หนังกลับไปมุ่งเน้นความเป็นอเมริกันฮีโร่ซะมากกว่า การปฏิบัติภารกิจอย่างกล้าหาญของกัปตัน
ต่อสู้กับเหล่าร้าย สานสัมพันธ์กับนางเอก ช่วยปกป้องโลก เดินเรื่องค่อนข้างเป็นอเมริกันดรีม
ซึ่งก็เป็นไปตามสูตรหนัง ที่ถามว่าเดินเรื่องสนุกดีไหม หนังก็เดินเรื่องได้สนุกไปได้เรื่อยๆดี
แต่ทำให้หนังซึ่งเปิดปมมาได้น่าสนใจมาก พอตรงนี้หายไป หนังก็เลยเหมือนอะไรหายไปด้วย

แม้หนังจะสร้างปมใหม่เล็กๆที่หลังเป็นซูเปอร์ทหารแล้ว สตีฟดันต้องเป็นมาสค็อตกองทัพไปชั่วคราว
แต่ก็เหมือนช่วงคั่นเวลาเล็กๆ ที่ออกจะไปขัดแย้งกับปมส่วนตัวของสตีฟที่อยากไปรบมากกว่าด้วย
เพราะสตีฟเองก็ดูเหมือนจะดันโอเคกับบทบาทมาสค็อตของตัวเองไปซะอีก เลยดูเป็นตลกๆไป



ถ้าหนังจะต่อทางให้มีตัวละครที่ท้าทายปมสตีฟ เช่น หนังอาจจะกล้าวางให้เซรุ่มโดนขโมยไปได้สำเร็จ
แล้วเอาไปทดลองกับ บัคกี้ เพื่อนรักของสตีฟจนกลายเป็นพวกเดียวกับ Red Skull ไปเลย
เพราะในหนังก็วางปมเซรุ่มไว้เช่นกันว่ามีผลอย่างไร ยิ่งขยายก็ยิ่งใหญ่ขึ้นและบางคนก็อาจร้ายขึ้น
ก็น่าจะทำให้หนังมีความลึกในปมตรงจุดนี้ และมีภาวะการตัดสินใจของตัวละครที่ลุ้นขึ้นสนุกขึ้น
ซึ่งน่าจะทำให้หนังมีอะไรมากกว่าฮีโร่อเมริกันดรีม ยกทัพไปต่อสู้ผู้ร้ายปกป้องโลกตามสูตร



*การกำกับ งานสร้างและองค์ประกอบภาพยนตร์*

งานสร้างของหนังเป็นไปตามมาตรฐานของหนังฟอร์มนี้ จะว่าไปก็ดูดีกว่าที่คิดด้วยซ้ำ
หนังให้ความผสมผสานของโลกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้กลมกลืนดี
แม้จะรู้ว่าโม้ แต่ก็สร้างโลกที่น่าเชื่อถือว่าอาจมีจริงได้ เพราะเราก็เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาบ้างอยู่แล้ว

สำหรับชุดของ Captain America ก็ต้องยกนิ้วให้เช่นกันว่า ออกแบบได้ดูร่วมสมัยไม่ตกยุค
คิดว่าถ้าจะให้ใส่ใน The Avengers ก็ยังใส่ได้เลยด้วยซ้ำไม่ดูเชย แค่ปรับอีกหน่อย (แล้วเอาดาวออก)
และโดยส่วนตัวแล้ว เครื่องแต่งกายทุกชุดในเรื่องนี้ ช่วยทำให้นักแสดงดูดีขึ้นมาทุกคนเลยทีเดียว



พูดถึงผู้กำกับแล้ว Joe Johnston ก็ถือว่าทำงานได้อยู่ในระดับมาตรฐานของเขาดี
ก็ต้องถือว่าค่าย Marvel เลือกผู้กำกับให้หนังซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเองยังไม่ค่อยพลาดเลยสักเรื่อง
ก็ค่อนข้างน่าแปลกว่า ที่จริงโจเป็นผู้กำกับที่ฝีมือดีทีเดียว เพราะทำหนังแทบทุกเรื่องได้สนุก
เพราะกระทั่งหนังที่บทตรงทื่ออย่าง Jurassic Park 3 ก็ยังเห็นความสนุกของหนังได้อยู่
เรื่องนี้ก็่เช่นกัน อาจจะเป็นเพราะที่บทที่ยังไม่กล้าและไม่สุดจริงๆ หนังเลยยังมีอารมณ์กั๊กๆ
ซึ่งคิดว่าผู้กำกับโจทำให้สนุกมากได้แน่ถ้าบทใจถึงจริงๆ งานอย่าง Jumanji ก็เคยพิสูจน์ได้



*ภาพรวม จุดดี จุดด้อย*

เรามาสรุปภาพรวม จุดดี จุดด้อย ของหนังกัน

จุดดี
1. เป็นหนังสูตรที่เดินเรื่องได้สนุกสนานตามมาตรฐาน
2. การผสมผสานโลกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้น่าเชื่อถือ
3. วางปมตัวละครกัปตันอเมริกาและเรดสกัลล์ได้สุดขั้วน่าสนใจ ทำให้รู้สึกติดตามไปโดยปริยาย
4. หนังทำให้กัปตันอเมริกาไม่ดูเป็นฮีโร่จ๋าเกินไปได้ดี ทำให้รู้สึกเป็นมนุษย์ที่สัมผัสได้

จุดด้อย
1. หนังทิ้งปมของตัวละครกัปตันอเมริกาที่เริ่มมาสวยแล้วไปอย่างน่าเสียดาย
2. หนังขาดสมดุลของตัวเอกและตัวร้าย ทำให้หนังค่อยๆลดความลุ้นลงเรื่อยๆเมื่อดำเนินเรื่องไป
3. หนังกั๊กความสัมพันธ์และความเป็นคาแรกเตอร์ของตัวละครในหลายจุด ทำให้รู้สึกว่าไปไม่สุด
4. หนังขาดความกล้าหาญในบางเรื่องที่จะช่วยขับปมของหนังให้สนุกยิ่งขึ้น

Captain America มีทุกอย่างที่ถึงพร้อมอยู่แล้วที่จะทำให้หนังเรื่องนี้สนุกได้ถึงใจ
ทั้งปมตัวละครที่สุดขั้วและงานสร้างที่ถึงมาตรฐาน เสียดายที่บทหนังกั๊กอะไรหลายๆอย่างที่ไม่น่ากั๊ก
ก็เลยเป็นหนังสูตรที่ดูพอสนุกไปได้เรื่อยๆเรื่องหนึ่ง แต่ก็ถือเป็นการเปิด Captain America ที่ดี

เกรด B ครับ (คะแนน 7.6)

Posted on กรกฎาคม 29, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: