True Grit: ยอดคนจริง

หนังคาวบอยสำหรับยุคสมัยนี้ ก็คงเหมือนของที่ตกยุคไปแล้วสำหรับหลายๆคน
ถ้าจะให้นึกว่าคนใส่ชุดคาวบอย ก็คงประมาณแนวคอสเพลย์ใส่เล่นไปปาร์ตี้ซะมากกว่า
หรือไม่ก็คงไปเก็บเอากลิ่นไอบรรยากาศกับคุณโชค บูลกุลเอาที่ฟาร์มโชคชัยโน่น
แต่ว่าในเมื่อมันเป็นแนวหนังที่เคยทำกันมา ยังไงก็ต้องมีคนลองทำกันออกมาอีก
ใครที่นึกว่าหนังคาวบอยคงจะหมดสิ้นไปกับปู่คลินท์ อีสต์วู้ด อาจจะต้องคิดใหม่
เพราะพี่น้องโคเอน เอากลับมาทำกันอีกครั้ง กับหนังที่มีชื่อว่า True Grit

———————————————————————

True Grit เล่าเรื่องของ Mattie Ross ซึ่งพ่อของเธอถูกฆ่าโดยโจรที่ชื่อ Tom Cheny
แม็ตตี้สัญญาว่าตราบใดที่ทอมยังไม่ได้รับการลงโทษฑัณฑ์ เธอจะไม่หยุดไล่ล่าเขา
ด้วยความตั้งใจนั้น เธอจึงว่าจ้างนายอำเภอชื่อดังในการจับโจรอย่าง Rooster Cockburn
เพื่อตามจับทอมมาลงโทษให้ได้ และในการนี้ ตำรวจเท็กซัสนิสัยแปลกๆอย่าง LaBoeuf
ก็เข้ามาร่วมทางด้วย แม็ตตี้มีข้อตกลงที่ว่าเธอจะต้องได้ร่วมทางไปกับ Rooster ตลอด
จนกว่าเขาจะจับทอมมาจนได้ไม่ว่าเป็นหรือตาย เรื่องของเรื่องคือ เธออายุเพียงแค่ 14 ปี



*เนื้อเรื่องกับการดำเนินเรื่อง*

ปกติแล้วเราจะคุ้นเคยกับงานของพี่น้องโคเอนที่มีปมเรื่องที่น่าสนใจและเล่าอย่างเหนือชั้น
ยิ่งงานในพักหลังๆของ Joel และ Ethan Coen มีแต่ความเก๋าเพิ่มขึ้นทุกวันๆเหมือนกับปู่คลินท์
โดยเฉพาะหนังออสการ์อย่าง No Country For Old Men ที่เหนือชั้นในการเล่าเรื่องอย่างสุดๆ
แต่มากับงาน True Grit พี่น้องโคเอนกลับสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเล่าเรื่องแบบ ตรงสุดๆ



หนังแทบจะไม่มีความลำบากในการติดตามและเข้าใจเรื่องราวอะไรเลย
หนังเล่าเรื่องแบบเส้นตรงสุดๆ พ่อของแม็ตตี้ถูกฆ่าตาย แม็ตตี้ก็เลยจ้างรูสเตอร์ให้ไปไล่ล่า
ระหว่างทางก็มีอุปสรรค รูสเตอร์กับลาเบิฟไม่ถูกกันบ้าง ทอมเข้าไปอยู่ในแก๊งค์โจรลัคกี้ เนด
แต่ในที่สุดทั้งสามก็จัดการทอมได้สำเร็จ พร้อมแก๊งค์โจรลัคกี้ เนดทั้งแก๊งค์อีกต่างหาก

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสียดี เพราะความจริงก็คือแม้หนังเล่าง่ายแต่ก็เล่าได้ดีทีเดียว
พี่น้องโคเอนโชว์ความเก๋าในการวางจังหวะในการเล่าเรื่องได้เหมือนจับวางให้คนติดตามตลอด
โดยเฉพาะการปรากฎตัวของตัวละคร ที่สร้างความรู้สึกตื่นตัวกับเหตุการณ์ได้อย่างไม่รู้ตัวทุกครั้ง
ทำให้ในความง่ายของการเล่าเรื่อง กลับมีความรู้สึกต้องคอยติดตามแบบปล่อยวางไม่ได้
แต่กระนั้น โดยส่วนตัวแล้วก็รู้สึกว่าพี่น้องโคเอนวางเส้นเรื่องง่ายจนรู้สึกว่าออกจะดูสบายไปนิดๆ



*นักแสดงและตัวละคร*

สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าส่วนนี้คือ ส่วนที่สนุกที่สุดของหนังเรื่องนี้
ในความที่หนังเล่าเรื่องง่ายๆ แต่คาแรกเตอร์ตัวละครนั้นมีสีสันและความมันส์แบบสุดขีด
หนังใช้ตัวละครเดินเรื่องเพียงแค่ 3 คนคือ แม็ตตี้ รูสเตอร์ และลาเบิฟ (บวกอีกหนึ่งคือ ทอม)
ซึ่งคาแรกเตอร์แต่ละคนก็ผสมผสานกันได้มันส์สะใจ ชวนให้ติดตามไปได้ตลอดทั้งเรื่องจริงๆ



Jeff Bridges กับบท Rooster Cockburn นายอำเภอคนจริงที่ไม่ยี่หระต่อวิธีการมุทะลุของตนเอง
เรียกว่าเป็นการโชว์ความเก๋าขนานแท้ เจฟ บริดเจสเล่นได้มันส์มากกับบทนายอำเภอบทนี้
Rooster ที่ทั้งมั่นใจ ขี้เหล้า คุยโว มีอารมณ์ขันแสบๆ คนจริงพร้อมเผชิญทุกสถานการณ์แบบไม่เกรง
เจฟโชว์ความเหนือในการเป็นรูสเตอร์ได้เห็นความเป็นคนจริง และทุกๆอย่างที่ตัวละครคนนี้เป็น
คือถ้าไม่ใช่เป็นเจฟ บริดเจสก็ไม่รู้จะไปหาใครมาเล่น เพราะรูสเตอร์ของเจฟสมบูรณ์แบบจริงๆ



Matt Damon เองก็โดดเด่นไม่แพ้กันกับนายตำรวจเท็กซัสขี้โอ่อย่าง LaBoeuf ที่มาตามล่าทอม
เป็นความเข้ากันแบบไม่มีใครยอมใคร โดยตัวของรูสเตอร์และลาเบิฟ ดูเหมือนลาเบิฟจะอ่อนๆ
แถมออกจะขี้คุยอีกต่างหาก แต่พอต้องกัดกับรูสเตอร์ แมตต์ก็ทั้งโชว์แววความอ่อนของลาเบิฟ
แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นความแน่จริงลึกๆ ที่ทำให้คาแรกเตอร์ทั้งสองกัดได้เข้ากันอย่างสนุก
และแม้ตัวลาเบิฟไม่ได้อยู่ทั้งเรื่อง แต่พอกลับมาก็มีบทบาทตลอด แถมแอบน่ารำคาญได้อย่างฮาๆด้วย



แต่ที่ต้องทึ่งและอึ้งสุดๆก็คือ Hailee Steinfeld กับบทของ Mattie ผู้มุ่งมั่นในการตามจับทอม
นี่คือหนังเรื่องแรกของ Hailee แต่สิ่งที่ปรากฎในหนังนั้น เรียกว่าไม่ต่างอะไรกับ ปรากฎการณ์
Hailee แสดงให้เห็นความมั่นใจและความมุ่งมั่นของแม็ตตี้อย่างเด็ดเดี่ยว และแม้เมื่อยามเสียท่า
แววตาของแม็ตตี้ผู้มุ่งมั่นก็ยังฉายอยู่ข้างในตลอด Hailee เป็นแม็ตตี้ตั้งแต่ต้นจนจบหนัง
แม้จะรายล้อมไปด้วยนักแสดงสุดยอดแต่ Hailee ก็ไม่โดนกลบรัศมีไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับเจฟ บริดเจส ถ้าไม่ใช่ Hailee ก็ไม่รู้จะหาใครมารับบทแม็ตตี้ได้ดีกว่านี้แล้ว

แม้หนังจะมีคาแรกเตอร์ตัวละครมันส์ๆ แต่ก็ยังมีแง่มุมความเป็นมนุษย์ที่แฝงมาได้อย่างแนบเนียน
และน่าสนใจด้วยว่า แง่มุมนั้นนำไปลงกับส่วนของโจรที่ทั้งสามไล่ล่าคือ ทอมกับแก๊งค์ลัคกี้ เนด
ด้วยเวลาของหนังเพียงไม่นาน หนังใส่ความเป็นมนุษย์ได้อย่างมีเชิง ทั้งความอ่อนไหวของทอม
และสัจจะหมู่โจรของลัคกี้ เนด ที่ให้ทั้งกลิ่นคาวบอยและแง่มุมมนุษย์ที่ตรงไปตรงมาแต่วางได้สวย



*ธีมและกิมมิคในการดำเนินเรื่อง*

ในความสนุกและความมันส์ของพี่น้องโคเอน หนังยึดธีมตามชื่อหนังอย่างมั่นคงคือ คนจริง
สามารถเรียกได้ว่าเป็นทั้งการโชว์เก๋าและเป็นบทเรียนชั้นดีให้กับคนทำหนังหลายๆคนได้เลย
หนังยึดกุมธีมในการเล่าเรื่องได้เหนียวแน่นตลอด ทั้งวิธีการเล่าเรื่องและความเป็นตัวละคร
และยังท้าทายตัวละครตลอดทางว่าจะยึดความเป็นคนจริงได้ไหม ทั้งกับพวกตัวเองและพวกโจร



และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราจะเห็นจุดนี้ชัดผ่านตัวละครในเรื่องที่แสดงความเป็น “คนจริง”
ทั้งแม็ตตี้ที่มุ่งมั่นจนรูสเตอร์และลาเบิฟต้องยอมสยบกับความเด็ดเดี่ยวของสาวน้อยที่กล้าเกินวัย
ตัวรูสเตอร์ที่ทุกการกระทำของเขา แสดงความสัตย์ซื่อและไม่ยอมแพ้สมกับเป็นคนจริง
แม้กระทั่งในฉากที่ดูตลกที่รูสเตอร์ที่กำลังเมา พยายามยิงขนมปังในอากาศตามคำท้าของลาเบิฟ
ก็ยังแสดงความเป็นคนที่มุ่งมั่นในคำสัตย์ที่ลั่นวาจาไว้กับตัวเองแม้ว่าตัวเองจะเมาก็ตาม



และแน่นอนว่าลาเบิฟ ตัวละครขี้คุยก็ยังยึดกุมความเป็นตัวละครกับธีมของหนังอย่างเหนียวแน่น
และที่น่าสนใจก็คือ ทอม (จอช โบรลิน) โจรที่ฆ่าพ่อของแม็ตตี้ ก็ยังมีแง่มุมที่ยึดกุมกับธีมนี้
ในแง่มุมของการท้าทายตัวละครอย่างแม็ตตี้ ที่จะพิสูจน์ว่าเธอจะยึดมั่นในความตั้งใจหรือไม่
ไปจนถึงฉากดวลปืนสุดท้ายที่แสดงความเป็น “คนจริง” แบบคติคาวบอย จนกระทั่งฉากไคลแมกซ์
ซึ่งกลายเป็นการโชว์ความเป็นหนังคาวบอยในทุกแง่มุมทั้งกลิ่นอายและคติอย่างสมบูรณ์แบบ



*การกำกับ งานสร้างและองค์ประกอบภาพยนตร์*

คงไม่ต้องพูดถึงงานกำกับ เพราะอย่างที่บอกตั้งแต่ต้น พี่น้องโคเอนยิ่งทำหนังก็ยิ่งโชว์เก๋า
แต่อยากพูดถึงงานสร้างมากกว่า ที่เรียกว่าเป็นความสมบูรณ์แบบในการสร้างโลกคาวบอย
หนังจำลองเมือง Fort Smith ได้อย่างสมจริง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นมาตรฐานหนังฮอลลีวู้ดอยู่แล้ว
แต่ที่น่าชมยิ่งกว่าคือ การเลือกสรรป่าที่ตัวละครทั้งสามต้องเข้าไปตามหาทอม



ป่าให้กลิ่นอายของความเป็นหนังคาวบอยและการผจญภัยสมัยก่อนได้อย่างรู้สึกได้
ทั้งสวยงาม ทั้งมีอันตราย แต่ให้กลิ่นอายการผจญภัยและการตามล่าได้ในทุกก้าวที่ไป
ซึ่งยิ่งถูกขับเน้นขึ้นไปอีกจากผู้กำกับภาพ Roger Deakins ที่ให้ความรู้สึกสมจริงได้เหลือเกิน
และองค์ประกอบอื่นทั้งเสื้อผ้า และงานดนตรีประกอบที่เติมเต็มโลกคาวบอยนี้อย่างสมบูรณ์
ก็เรียกว่า หนังคาวบอยคงไม่หยุดสุดท้ายที่ปู่คลินท์แน่ เพราะพี่น้องโคเอนอยู่ตรงนี้แล้ว



*ภาพรวม จุดดี จุดด้อย*

เรามาสรุปภาพรวม จุดดี จุดด้อยของหนังกัน

จุดดี
1. หนังโชว์ความเก๋าของพี่น้องโคเอนในการเล่าเรื่องง่ายชัดๆ เป็นความเซอร์ไพรส์ที่สนุกมาก
2. Jeff Bridges, Hailee Steinfeld, Matt Damon (ไม่ต้องบรรยาย ต้องไปดูเอาเอง)
3. หนังเป็นการฟื้นความเป็นหนังคาวบอยได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ
4. การยึดกุมธีมของหนังได้อย่างมั่นคง และความสนุกในการเล่นกับธีมอย่างไหลลื่น

จุดด้อย
1. หนังเล่าเรื่องเส้นตรงอย่างเหลือเชื่อจนดูง่ายเกินไปนิด ขาดโมเมนต์เซอร์ไพรส์ในเรื่องไม่น้อย

ถือว่าเป็นการทำหนังคาวบอยในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ทันสมัยไม่ตกยุคที่แม้แต่คนยุคนี้ยังรู้สึกสนุกได้
ก็จะติดแค่ว่า หนังเล่าเรื่องตรงสุดๆไปหน่อย แต่หนังก็สนุกอยู่ดีที่คาแรกเตอร์แต่ละคนมันส์เหลือเกิน

เกรด A- (คะแนน 9.0)
ปล. ชอบโปสเตอร์หนังเรื่องนี้สุดๆ มันส์สมกับคาแรกเตอร์ตัวละครในหนังจริงๆ

Posted on กรกฎาคม 26, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: