Super 8: แด่ความสนุกสนานในวัยเยาว์ และผู้กำกับในดวงใจ

ชื่อของ J.J. Abrams เริ่มเป็นที่รู้จักจากคอซีรี่ส์ทางโทรทัศน์
โดยเฉพาะซีรี่ส์ดังอย่าง Alias และ Lost อันเลื่องชื่อที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทั่วโลก
ก่อนที่ J.J. Abrams จะเริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์อย่างเป็นที่รู้จักเต็มตัวในฐานะผู้กำกับ
ก็คือเรื่อง Mission Impossible 3  (แต่ก่อนหน้านี้เขาเป็นโปรดิวเซอร์หนังมาหลายเรื่อง)
ก่อนที่จะดังเป็นพลุแตกจริงก็ใน Cloverfield ที่ไม่ได้เป็นผู้กำกับด้วยซ้ำ แต่คนจำแต่ชื่อเขา

J.J. Abrams กลายเป็นชื่อที่คอหนังรู้จักดีในฐานะคนทำหนังคุณภาพที่เป็นหนังตลาดพร้อมกัน
และครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมผู้กำกับที่สร้างฝันการทำหนังให้เขาอย่าง Steven Spielberg
ในฐานะโปรดิวเซอร์ กับการกำกับภาพยนตร์ดราม่าระทึกขวัญแนวเอเลี่ยนอย่าง Super 8

————————————————————————-

(คำเตือน: ภายในบทความมีการบอกเนื้อหาสำคัญบางส่วนของหนัง)

Super 8 เป็นเรื่องราวของเด็กในชุมชนเล็กๆแห่งหนึ่งใน Ohio ที่กำลังมุ่งมั่นถ่ายทำหนัง
ด้วยกล้อง Super 8 เพื่อจะเอาไปส่งประกวดเทศกาล แต่ทว่าในคืนหนึ่งที่เด็กแอบไปถ่ายหนัง
ที่ริมทางรถไฟเพราะหวังอยากจะได้ฉากรถไฟสวยๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
เมื่อมีรถกระบะคันหนึ่งวิ่งพุ่งเข้าชนขบวนรถไฟสินค้าขบวนหนึ่งจนตกรางเป็นเหตุใหญ่โต
กล้อง Super 8 ของเด็กๆกลับบันทึกภาพบางอย่างที่ซ่อนไว้ในขบวนรถไฟนั้นไว้ได้
และเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนั้น จะเป็นสิ่งที่ทุกคนในชุมชนจะไม่คาดคิดมาก่อน

 

 
ตัวละครหลักที่มีบทบาทต่อการเดินเรื่องนั้นมีอยู่ 3 กลุ่มคือ

1. กลุ่มเด็กทำหนัง Super 8 ซึ่งตัวหลักในกลุ่มนี้คือ โจ, ชาร์ลส์ และอลิซ
2. คุณพ่อของโจและอลิซ คือ แจ็คสันและหลุยส์
3. เอเลี่ยนกับกลุ่มทหาร

ตัวละครทั้งสามกลุ่มนี้ จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกันหลังจากเหตุการณ์รถไฟตกราง
และทั้งหมดนั้นก็เข้าไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหลาย อยู่บนพื้นฐานความรักและความเกลียดชัง

ในขณะที่ โจและอลิซ ก็กำลังมีปัญหาภายในครอบครัวที่พ่อของแต่ละคนไม่ค่อยดูแลลูก
ทั้งสองจึงต่างหาทางออกให้ชีวิตด้วยการออกมาทำหนังที่ชาร์ลส์กำลังเป็นผู้กำกับ
ซึ่งทำให้ทั้งสองมีพื้นที่ในชีวิตให้ตัวเอง และเกิดความรู้สึกผูกพันกันจากความเหมือนในชีวิต
โดยมีความรักในการทำหนังของกลุ่มเพื่อนเป็นตัวดึงดูดทั้งสองเข้ามาด้วยกัน

 

 
ในขณะที่แจ็คสัน พ่อของโจ และหลุยส์ พ่อของอลิซ ต่างมีปัญหาจากการเลี้ยงลูกของตัวเอง
แจ็คสันไม่เคยรู้จักวิธีการให้ความรักโจอย่้างที่แม่โจเคยมีให้ หลุยส์เองก็เช่นกัน
และทั้งแจ็คสันและหลุยส์ ต่างก็มีปัญหาซึ่งกันและกันเอง เพราะแจ็คสันคิดว่าหลุยส์เป็นต้นเหตุ
ที่ทำให้ภรรยาของเขาตายไป ในขณะที่หลุยส์ก็อธิบายให้เข้าใจไม่ได้ เพราะแจ็คสันเอาแต่ปฏิเสธ
แต่ทั้งสองก็กำลังจะรู้คุณค่าของความรัก จากกลุ่มตัวละครที่สามที่เข้ามาในเวลาที่แปลกสักหน่อย

 

 
หลังจากเหตุการณ์รถไฟตกรางอย่างรุนแรง สิ่งที่รัฐบาลปิดเป็นความลับก็สามารถหลุดรอดไปได้
เอเลี่ยนที่ต้องการจะออกไปจากโลกใบนี้ เอเลี่ยนที่เคยมีจิตใจที่ดีแต่ยามนี้เกลียดชังมนุษย์ที่สุด
แต่ด้วยพื้นฐานของมนุษย์ที่มีความหวาดระแวงเป็นที่ตั้ง ทหารจึงไม่ยอมให้เรื่องเอเลี่ยนแพร่งพรายไป
และนั่นนำมาซึ่งความสับสนต่อชุมชนเล็กๆใน Ohio ที่กำลังจะโดนล้อมคอกให้ทหารจับเอเลี่ยน
เมื่ออลิซถูกเอเลี่ยนจับตัวไป โจและเพื่อนๆก็ถูกทหารควบคุมตัวไปเพราะรู้ความลับเอเลี่ยน
พ่อของทั้งโจและอลิซจึงรู้คุณค่าของความรักที่ซ่อนไว้ โดยมีลูกทั้งสองเป็นคนช่วยทำให้รู้สึก
และโจเองก็ได้รู้ว่า แท้ที่จริงเอเลี่ยนที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ก็มิได้มีจิตใจที่โหดร้ายแต่อย่างใด

 

 
ตรงจุดนี้ เจเจเชื่อมเรื่องราวของตัวละครทั้งสามกลุ่มด้วยบริบทความรักออกมาได้ดีทีเดียว
แม้มันจะไม่ได้เข้มข้นหนักหน่วง แต่ก็ให้อารมณ์ออกมากำลังดี ไม่บีบคั้นหรือดราม่าจนเกินไป
บวกกับการใช้เรื่องราวของเอเลี่ยนเข้ามาเป็นจุด Conflict เรื่องราวได้อย่างเนียนตาใช้ได้
ทำให้การดูหนังเรื่องนี้ เป็นการดูที่ลื่นไหลและสนุกสนานไปกับเรื่องราวกำลังดี

 

 
สำหรับคนที่คาดหวังจะได้ดูหนังเอเลี่ยนตื่นเต้นระทึกแบบ Cloverfield คงต้องทำใจหน่อย
เพราะ Super 8 เป็นการผสมผสานระหว่างอารมณ์ดราม่าและอารมณ์ระทึกขวัญซะมากกว่า
แม้ว่าตัวอย่างหนังจะชวนให้นึกถึงว่าจะมีเหตุการณ์ตื่นเต้นอะไรตามมาอีกเป็นชุดก็ตาม

หนังเรื่องนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการ Tribute ให้กับผู้กำกับสปีลเบิร์กของ J.J. Abrams
เพราะสปีลเบิร์กเป็นแรงผลักดันให้ตัวเจเจนั้นก้าวเข้ามาสู่การเป็นคนทำหนังอย่างในทุกวันนี้
ดังนั้น กลิ่นอายของอารมณ์ในหนังเรื่องนี้ จึงแทบจะรู้สึกเหมือนกับหนังเด็กของสปีลเบิร์กมากๆ
ตัวเจเจเองก็บอกว่า นี่เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกอารมณ์แนว Poltergeist ในการสัมภาษณ์ของเขา
ซึ่งหนัง Poltergeist ก็เป็นหนังที่สปีลเบิร์กเป็นคนคิดเรื่องแล้วก็เขียนบทขึ้นมาด้วย

 

 
หนังมีกลิ่นอารมณ์ของหนังเด็กแบบสปีลเบิร์กอย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งลายตัวเอง
ลายเซ็นต์ของเจเจก็ยังมีอยู่ครบ ทั้งในอารมณ์การสร้างความสงสัย การสร้างความระทึกขวัญ
โดยเฉพาะฉากการไล่ล่าเอเลี่ยนฉากไคลแมกซ์ ยังไงก็ต้องนึกถึง Cloverfield ไม่มากก็น้อย
แม้จะเป็นเวอร์ชั่นที่ไม่สุดติ่งเท่าใน Cloverfield แต่ก็เป็นความลงตัวในโลกของหนังที่ปรากฎ
จนกระทั่งฉากสุดท้าย หนังก็ผสานอารมณ์ดราม่าแบบเอเลี่ยนได้อย่างนึกว่าสปีลเบิร์กมาเอง

ซึ่งเมื่อดูจบต้องบอกว่า เจเจเป็นคนที่มีความสามารถสูงมากในการผสมผสานอารมณ์ของหนัง
เรียกว่าเจเจสามารถวางลายเซ็นต์ของตัวเองและไปทำหนังในอีกอารมณ์หนึ่งได้อย่างเนียนตา
รวมถึงพอจะใส่ลายเซ็นต์ของตัวเองเข้ามาก็ใส่ได้อย่างลงตัว ไม่รู้สึกถึงความติดขัดแต่อย่างใด
ต้องถือว่าเป็นหนังที่ผสมผสานความเป็นหนังเด็ก ความดราม่า ความระทึกขวัญได้ลงตัวทีเดียว

 

 
ในเรื่องของนักแสดงแล้ว หนังถือว่าทำได้ดีมากในการเฉลี่ยความสำคัญของตัวละครได้ลงตัว
แม้ตัวละครจะเยอะพอสมควร แต่ทุกคนมีช่วงเวลาของตัวเองและไม่เคยหายไปจากหนัง
แม้หนังจะเน้นไปที่เรื่องราวของโจและเพื่อนอยู่มาก และพ่อของโจและอลิซจะหายไปบ้าง
แต่ก็ไม่ได้หายไปแบบเฉยๆ เพราะว่าจังหวะหนังเป็นเช่นนั้น และเมื่อมาก็มาได้ถูกเวลา

นอกจากนั้น เรื่องการแสดงก็ถือว่าเป็นข้อดี ซึ่งก็ให้อารมณ์เหมือนหนังเด็กของสปีลเบิร์ก
เด็กทุกคนมีคาแรกเตอร์และความน่าจดจำของตัวเอง แน่ใจว่าทุกคนจะจำตัวละครเด็กทุกคนได้
และที่น่าตื่นเต้นคือ การได้เห็นการแสดงของ Elle Fanning ซึ่งบอกได้เลยว่าอนาคตไกลแน่
เพียงแค่ฉากเดียวที่สถานีรถไฟ ก็สะกดคนดูทั้งโรงได้อยู่หมัด เรียกว่าไม่ทิ้งลายพี่สาวจริงๆ

 

 
ในเรื่องของงานโปรดักชั่นก็อยู่ในมาตรฐาน และก็ยิ่งน่าทึ่งเล็กๆไม่น้อยเมื่อคิดถึงทุนสร้าง
ที่เห็นว่าลงทุนไปเพียง 50 ล้านเหรียญ แต่คุณภาพงานที่ออกมาต้องถือว่ามีฟอร์มและลงตัวกับหนัง
ก็เรียกว่าอาจจะเป็นกรณีศึกษาอีกอันได้เหมือนกันว่า ทำหนังอย่างไรถึงคุมทุนได้อยู่ขนาดนี้

 

 
ถ้าจะมีข้อติดอยู่บ้าง ก็คงจะเป็นเรื่องของอารมณ์ของหนังที่ยังไปไม่สุดเท่าไหร่
ทั้งความดราม่าและความระทึกขวัญ แม้จะผสมผสานเรื่องราวออกมาได้อย่างกำลังดีก็ตาม
แต่ก็คือกำลังดีเฉยๆ อย่างจุด Curve การไปถึงไคลแมกซ์ในส่วนของพ่อของโจและอลิซ
หนังค่อนข้างจะรวบรัดไปสักนิด และความมึนตึงระหว่างพ่อกับลูกก็ยังดูเบาบางไปสักหน่อย
แต่ก็เข้าใจว่า หนังไม่ได้ต้องการไปสุดทางตรงนั้น เพราะหนังไม่ได้เล่าเรื่องดราม่าหนักๆ
หนังยังต้องให้เวลากับเรื่องราวเอเลี่ยนไปด้วย ก็เลยทำให้รู้สึกอารมณ์ยังขาดๆไปนิดนึง

 

 
อีกจุดหนึ่งก็คือ การทำหนังของเด็กๆนั้น ดูไม่ค่อยจะเกี่ยวโยงกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่
ตรงนี้เหมือนจะเป็นการแสดงความสนุกในวัยเยาว์ของเจเจเสียมากกว่า ว่าทำหนังสนุกยังไง
โดยผสมผสานเรื่องตื่นเต้นอย่างการเจอเอเลี่ยนในหนังเข้ามา ให้เด็กได้ผจญภัยนิดๆ
เหมือนกับว่า แม้เจอเรื่องราวใหญ่โต ก็ยังเอามาโยงให้เด็กๆได้สนุกกับการทำหนังกันต่อไปได้
แต่กลับไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องหนังเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากแค่ฟิล์มที่ถ่ายเอเลี่ยนติด
ซึ่งจะว่าไป ก็ไม่ถึงกับทำให้ตื่นตะลึงนักเมื่อเห็น เพราะก็แทบจะแน่ใจอยู่แล้วว่ามีเอเลี่ยนหลุด

 

 
เรามาสรุปจุดดีจุดด้อยของหนังกัน

จุดดี
1. หนังเป็นการผสมผสานเรื่องราวดราม่าและความระทึกขวัญแบบเอเลี่ยนได้ดี
2. การแสดงของนักแสดงที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และ Elle Fanning
3. หนังเชื่อมโยงตัวละครที่มีมากมายด้วยบริบทความรักได้ดีและลงตัวมากๆ
(ตรงนี้เป็นจุดที่ผมคิดว่า เป็นส่วนที่น่าศึกษามากสำหรับคนทำหนังทุกคน รวมถึงผมด้วย)***
4. นี่เป็นหนังที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเปลี่ยนตัวเองของผู้กำกับคนหนึ่ง
ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ที่สามารถทำหนังในลายเซ็นต์คนอื่นได้เนียนตาเช่นนี้

จุดด้อย
1. หนังยังให้อารมณ์ไม่สุด คงเป็นเพราะการผสมผสานอารมณ์หนังทั้งสองทาง และการที่
ไม่ต้องการให้หนังออกมาดูหนักเกินไป ทำให้หนังถูกเฉลี่ยอารมณ์จนลดทอนลงไป
2. การทำหนังของเด็กๆนั้น เป็นเหมือนการโชว์ความสนุกสนานในวัยเยาว์ของผู้กำกับ
มากกว่าจะมีผลต่อเรื่องราวในหนังเป็นชิ้นเป็นอันจริงๆ

เป็นหนังที่ทำให้หวนนึกถึงอารมณ์สนุกสนานและแอบตื่นเต้นระทึกขวัญในวัยเยาว์ได้ดี
ยิ่งกับคนที่โตมากับยุคหนังของสปีลเบิร์ก คงหวนให้นึกถึงหนังของพ่อมดฮอลลีวู้ดไม่น้อย

เกรด B+ ครับ (คะแนน 8.7)

ปล. ตอนท้ายอย่ารีบลุก รอดูหนังสั้นที่โจและเพื่อนๆทำสำเร็จออกมากันด้วยนะครับ

 

Posted on มิถุนายน 16, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: