Downfall: เป็นพยานการล่มสลายของนาซีอย่างสมบูรณ์แบบ

ใครจะทำหนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับการล่มสลายของนาซีได้ดีเท่าคนเยอรมันเอง
หลังจากกลายเป็นคลิปใส่ซับที่เอาไปล้อเลียนกันฮาแตกทั่วโลก
ผมก็เลยสงสัยว่าตัวหนังจริงๆมันจะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าไม่ได้คิดว่ามันจะฮาอยู่แล้ว
ซึ่งที่จริงตัวหนังก็อยู่ในชั้นดีวีดีที่บ้านมาตั้งนานแล้ว ว่าจะดูก็ไม่ได้เอามาดูเสียที
เพราะหนังก็ยาวเหยียดร่วม 2 ชั่วโมงครึ่งด้วยเลยคิดหนักทุกครั้งที่จะหยิบมาดู
แต่ไหนๆช่วงนี้ก็มีเวลาว่างพอสมควรแล้ว ก็ได้ฤกษ์หยิบมาดูเสียทีล่ะ

——————————————————————————

Downfall เล่าเรื่องราวของการล่มสลายของจักรวรรดิไรช์ที่ 3 หรือจักรวรรดินาซี
ซึ่งโดยตัวเรื่องราวแล้วจะโฟกัสไปที่ช่วงเวลาสุดท้ายใต้บังเกอร์ของ Adolf Hitler
โดยผ่านสายตาและมุมมองของเลขาส่วนตัวของท่านผู้นำ Traudl Junger
ทั้งความสิ้นหวัง การตัดสินใจอันไร้ทิศทาง การหลงไปกับความฝัน ความขัดแย้งรอบตัวของนายพล
แล้วทั้งหมดนั้น ส่งผลต่อการล่มสลายของจักรววรดินาซีของฮิตเลอร์อย่างไร

 

 
สำหรับคอหนังหลายคนที่ได้ดูหนังที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 มาหลายๆเรื่อง
ผมค่อนข้างแน่ใจว่า มีไม่น้อยที่ตะขิดตะขวงใจกับภาพที่นำเสนอออกมาจากหนังเหล่านั้น
เพราะโดยส่วนใหญ่หนังมักจะทำจากมุมมองของคนอเมริกันที่เป็นผู้ชนะสงคราม
และตามแบบฉบับฮอลลีวู้ดที่มักจะแต่งเติมเรื่องราวบ้างไม่มากก็น้อยเพื่อทำให้ดูบันเทิง

แต่สำหรับการดู Downfall ครั้งนี้ ผมถือว่า เป็นความสมหวังเสียทีกับหนังสงครามโลกครั้งที่ 2
บอกได้อย่างเต็มปากว่า นี่คือการเล่าเรื่องได้อย่างสมบูรณ์และเข้าถึงอารมณ์ในช่วงเวลาจริงๆ

 

 
หนังไม่ได้เล่าเรื่องแต่เพียงเรื่องราวภายในบังเกอร์ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์เท่านั้น
แต่หนังยังเล่าถึงมุมมองของคนเยอรมันในหลายๆส่วน ทั้งผ่านตัวเลขาท่านผู้นำเอง
ผ่านยุวชนทหารเอสเอส ที่ไร้เดียงสาต่อสงคราม พ่อที่ผ่านสมรภูมิที่พยายามห้ามปรามเด็กๆ
นายพลที่มีความขัดแย้ง ทั้งที่อยากให้สู้รบต่อไป และคนที่เห็นภาพสงครามที่พ่ายแพ้แล้ว
นายพลแพทย์ทหาร ที่พยายามรักษาผู้คน ทั้งที่ไม่เหลืออะไรจะให้ช่วยเหลือผู้คนอีกแล้ว
และการเดินไปสู่บทสรุปของแต่ละคน เป็นการเล่าได้ครบทุกมุมมองของผู้คนอย่างที่สุด

 

 
หนังยังพาให้เราไปรู้จักบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์บางส่วนได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย
เอวา บราวน์ ผู้หญิงที่รักและซื่อสัตย์ต่อท่านผู้นำจนวาระสุดท้าย ที่ไม่ค่อยมีหนังที่พูดถึงเธอนัก
ในเรื่องนี้ เราได้เห็นเอวา ในแบบที่ทั้งที่รู้มาจากประวัติศาสตร์ และมุมมองน่าสนใจบางส่วนของชีวิต
เอวาในเรื่องก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่ไม่ยี่หระต่อสงครามนัก ก็เพราะเธอเชื่อใจและซื่อสัตย์ต่อฮิตเลอร์
แต่ลึกๆเอง เธอก็เหมือนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าต่อหน้าเธอเหมือนจะเป็นหญิงที่ไม่สนใจอะไรเลย
แต่อีกด้านต่อเพื่อนในบังเกอร์อย่างเลขาท่านผู้นำ เธอก็มีมุมมองต่อสงครามที่ต่างออกไป
รวมถึงครอบครัวเบื้องหลังของเธอเองด้วย เป็นเอวาในหนังที่มีชีวิตที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

 

 
หนังยังพาเราไปรู้จักกับ ดร.โจเซฟ กอบเบิลส์ รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อ
ผู้ที่จงรักภักดีต่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ตราบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตจริงๆ และครอบครัวของเขาเอง
ก็เช่นเดียวกับเอวา บราวน์ เราก็ได้รู้จักกอบเบิลส์ในมุมมองที่เราก็ได้รู้มาจากประวัติศาสตร์
กอบเบิลส์ในหนังก็คงเป็นผู้ที่เชื่อในลัทธิสังคมนิยมนาซีอย่างสุดหัวใจและเชื่อมั่นในท่านผู้นำ
การตัดสินใจหลายอย่างที่ดูสุดโต่งและจมกับโลกแห่งลัทธินาซี สมกับที่เขาช่วยสร้างมันขึ้นมา
แต่เราก็ได้เห็นมุมมองที่น่ารันทดของครอบครัว และลูกๆที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะความบ้าลัทธิของพ่อแม่

 

 
หนังเองยังฉลาดในการเล่าเรื่องในไม่กี่พื้นที่ เลือกที่พื้นที่สำคัญ แต่ได้ผลอย่างสูงสุด
หนังจะวนเวียนอยู่ภายในเมืองเบอร์ลิน อันเป็นสมรภูมิรบเท่านั้น นอกจากในบังเกอร์ฮิตเลอร์แล้ว
หนังก็จะวนอยู่กับบ้านเรือนประชาชน พื้นที่รอบบังเกอร์ อาคารที่ทำการของรัฐบาลนาซี
แต่ในทุกที่ มีตัวละครในทุกชนชั้นและเล่าเรื่องในทุกมุมมองได้อย่างครบถ้วน
ทำให้เราได้เห็นมุมมองของสงครามได้อย่างรอบด้าน ภายในพื้นที่แค่ไม่กี่ที่เท่านั้นเอง

 

 
และเป็นธรรมดาอยู่ที่หนังที่ไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ด ที่มักมีปัญหาความน่าเชื่อถือในฉากสงคราม
แม้กระทั่งหนังจากฝั่งยุโรปหลายๆเรื่องเองก็ตาม ก็มักจะมีปัญหาเรื่องพวกนี้ได้อยู่เรื่อยๆ
แต่ไม่ใช่กับ Downfall ที่ทุกฉากสงครามนั้น ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า เราลงไปอยู่ในที่ตรงนั้นจริงๆ
แม้หนังจะเล่าเรื่องในบังเกอร์ซะส่วนมาก แต่เมื่อออกมาสู่สงคราม ภาพเอฟเฟ็คต์ทุกอย่างก็ดูสมจริง
ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะความฉลาดในการใช้พื้นที่ในหนังที่ไม่มากเองด้วย

 

 
และสุดท้ายที่ผมตั้งใจเก็บไว้จริงๆเพื่อที่จะพูดถึง และเป็นส่วนที่สุดยอดที่สุดของหนัง
นั่นก็คือการแสดงของ Bruno Ganz ในบทของผู้นำที่โหดเหี้ยมที่สุดอย่าง Adolf Hitler นั่นเอง

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในหนังเรื่องอื่นๆนั้น ผมเชื่อให้แทบจะร้อยทั้งร้อยเลยว่า ไม่ถูกใจใครสักคน
เรียกว่าบทนี้เป็นบทที่ทั้งน่ากลัวและท้าทายนักแสดงมากที่สุดบทหนึ่งเลยก็ว่าได้
เพราะนอกจากหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ลักษณะทางจิตใจที่ยากจะเข้าถึงก็เป็นอีกส่วน
เพราะในความเป็นจริง ก็แทบจะมีคนรู้จักตัวตนของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์จริงๆน้อยมาก

 

 
แต่สำหรับเรื่องนี้ ต้องบอกเช่นกันว่า สมหวังแล้วกับการได้เห็นอดอล์ฟ ฮิตเลอร์จริงๆบนจอหนัง
Bruno Ganz ให้การแสดงที่ลุ่มลึกและเข้าถึงภาวะจิตใจของท่านผู้นำแทบจะในทุกมิติจริงๆ
ไม่ใช่เป็นการแสดงในช่วงวาระสุดท้ายของฮิตเลอร์ แต่เราแทบจะเห็นทั้งตัวตนที่สร้างปีศาจตนนี้ขึ้นมา
ทั้งความบ้าคลั่ง ความสิ้นหวัง ความเย็นชา ความดื้อด้านต่ออุดมการณ์ของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน Bruno Ganz ก็ยังแอบฉายแววด้านความเป็นมนุษย์ในตัวฮิตเลอร์ออกมาให้เห็น
ผสมผสานไปกับความเป็นผู้นำ เรียกว่า กลมกลืนไปเป็นคนเดียวกันในทุกมุมของชีวิตชายที่บ้าคลั่งผู้นี้
ต้องบอกว่า ทุกวินาทีของหนัง เราเห็นแต่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์จริงๆ ไม่ใช่นักแสดงที่มารับบทฮิตเลอร์

 

 
ท้ายที่สุด หนังแสดงให้เห็นว่า บทสุดท้ายของสงครามที่บ้าคลั่งจากชายคนหนึ่ง ทำลายชีวิตคนไปแค่ไหน
เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่ไม่ต้องพยายามบอกว่า สงครามมีแต่ผู้แพ้ และทำลายชีวิตคนไปยังไง
เพราะเราเห็นบนจอมาตลอด 2 ชั่วโมงครึ่งทุกมุมทุกด้าน และซึมซับไปเองโดยไม่ต้องยัดคำพูดคมๆ
ฉากสุดท้ายที่ Traudl Junger ขี่จักรยานไปกับเด็กชาย ท่ามกลางแดดวันใหม่นั้น
เป็นฉากที่ให้ความหวังที่รู้สึกสมจริงที่สุดเท่าที่ผมเคยดูหนังสงครามมาเลย

——————————————————————————

เรามาสรุปข้อดีข้อเสียของหนังกัน

ข้อดี
1. อดอล์ฟ ฮิตเลอร์!!! (ไม่ต้องบรรยายไปมากกว่านี้)
2. เป็นหนังสงครามที่เล่ามุมมองทุกด้านของชีวิตที่ต้องอยู่ท่ามกลางสมรภูมิ อย่างสมบูรณ์แบบ
3. หนังฉลาดในการใช้พื้นที่ไม่มาก แต่ใช้ได้อย่างคุ้มค่าและเล่าได้ครบทุกมุมมอง
4. หนังพาไปพบกับมุมมองของบุคคลจริงคนอื่นในประวัติศาสตร์ ที่น่าสนใจกว่าหนังสงครามเรื่องอื่นๆ
5. ความสมจริงในการจำลองประวัติศาสตร์ ที่แทบไม่รู้สึกถึงการเติมแต่งเหมือนหนังเรื่องอื่นๆเลย

ข้อเสีย
สำหรับผม หาไม่เจอจริงๆครับ

เป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่ไม่ลุกออกไปจากเก้าอี้เลย ทั้งที่เป็นหนังที่เครียด หนักและหดหู่มากเรื่องหนึ่ง
เมื่อจบ 2 ชั่วโมงครึ่ง มันเป็นความอิ่มใจในประสบการณ์การดูภาพยนตร์ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว
ก็เป็นไปอย่างที่บอกนั่นแหละครับ “เป็นพยานการล่มสลายของนาซีอย่างสมบูรณ์แบบ”

เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ
เกรด A (คะแนน 10)

 

Posted on มิถุนายน 5, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: