Scott Pilgrim VS. The World: มีดีที่เกมส์ (เท่านั้นจริงๆ)

หลังจากนั่งรื้อหาดีวีดีว่าจะดูหนังเรื่องอะไรดีอยู่นาน ก็มาลงเอาที่เรื่องนี้
ที่จริงเรื่องนี้ ก็ประทับใจมาตั้งแต่เห็นตัวอย่างแล้ว คงจะทั้งแนวและสะใจน่าดู
ประกอบกับการดูผลงานของผู้กำกับ Edgar Wright มาตลอด จึงค่อนข้างแน่ใจว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง
ว่าแล้วก็ยัดดีวีดีเข้าเครื่องกันเลย

——————————————————————————

Scott Pilgrim VS. The World เป็นเรื่องของเจ้าหนุ่มหน้าซื่อ Scott Pilgrim (รับบทโดย Michael Cera)
ที่มีวงดนตรีตั้งกับเพื่อนที่ชื่อว่า เซ็กส์ บี-ออมบ์ (คือจะตั้งว่า Sex Bomb นั่นแหละ แต่คงกลังติดเรตมั้ง)
เจ้าสก๊อตเนี่ยควงผู้หญิงมาเยอะแล้ว (ไม่สมกับหน้าติ๋มๆของตัวเองเลยเนอะ)
แต่เหมือนจะมีปัญหาได้ทุกราย เพราะจากความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของตัวเอง

 

 
แล้วแฟนคนล่าสุดก็เป็นสาวหมวยไฮสคูล อายุเพิ่งจะ 17 ชื่อ ไนฟ์ ชู (รับบทโดย Ellen Wong) 
ซึ่งเจ้าสก๊อตก็ควงเพราะอยากจะหาคนแก้เหงาจากการอกหักจากแฟนคนเก่าซะมากกว่า
แต่ท่าทางไนฟ์คงไม่ได้คิดอย่างนั้นกับสก๊อตด้วย เพราะเธอคลั่งไคล้วงดนตรีของสก๊อตมาก

แต่แล้ว Ramona Flowers (รับบทโดย Mary Elizabeth Winstead สุดสวย ^^)
สาวที่สก๊อตเห็นในฝันอยู่ตลอด ก็เข้ามาทำให้สก๊อตเปลี่ยนไป
เขาแน่ใจว่าคนนี้คือนางในฝันของตัวเองเป็นแน่แท้ แต่ว่าเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งสาวราโมน่า
สก๊อตต้องจัดการเหล่าแฟนเก่ายอดมนุษย์ของเธอทั้งหลายถึง 7 คนให้ได้ซะก่อน

 

 
ฟังดูก็เหมือนจะมันส์ดีใช่ไหมครับ ซึ่งก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้นแหละ
หนังเองก็ถล่มความเป็นเกมส์ของตัวเอง เรียกว่าใส่ตั้งแต่เริ่มโลโก้ Universal เลยทีเดียว
โลโก้ออกมาเป็นสไตล์เกมนินเทนโด แฟมิคอมยุคเก่า ดนตรีแบบเกมๆ น่ารักทีเดียวเชียว
พอเข้าเนื้อหนัง โดยตัวหนังเองก็เล่นกับกราฟฟิคแนวการ์ตูนเต็มที่
ทั้งการขึ้นตัวอักษรแทนเสียงเหมือนสไตล์การ์ตูน และยิ่งเมื่อเข้าฉากต่อสู้กันก็เหมือนเวลาปล่อยของ
ทั้งกราฟฟิคสีสันแสบตา การตัดภาพแบ่งกรอบแนวการ์ตูน มีการขึ้นไอคอนพลังแบบเกมๆ
เมื่อสก๊อตเอาชนะคู่ต่อสู้แฟนเก่าของราโมน่าเมื่อไหร่ ก็จะมีเหรียญตกลงมาให้เก็บไปใช้ เหมือนเกมมาริโอ
ซึ่งก็เรียกว่า สะใจคอเกมไปตามๆกัน และเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของหนังมากๆ

 

 
แต่ก็นั่นแหละครับ ทั้งหมดของสิ่งที่ดีที่สุดของหนัง
ในความเห็นของผม Scott Pilgrim เป็นหนังที่ค่อนข้างอ่อนด้อยการปูเรื่องภาพยนตร์พอสมควรทีเดียว
เรียกว่าผิดฟอร์มจากเรื่องก่อนๆของ Edgar Wright ทั้ง Hot Fuzz และ Shaun of the Dead
ที่ถึงแม้จะเล่นเอามันส์กับแนวทางหนังแอ็คชั่นและหนังแนวซอมบี้อย่างเต็มที่
แต่ Edgar Wright ก็ปูแบ็คกราวนด์ตัวละครมาได้ดี จนทำให้หนังดูสนุกและเต็มอิ่ม

 

 
แต่กับ Scott Pilgrim ดูเหมือนตรงนั้นจะหายไปมาก
ดูเหมือนผู้กำกับจะมันส์มือไปหน่อยกับการเล่นเกม เพราะสิ่งที่ดีที่สุดในหนังคือ ฉากเวลาต่อสู้ทั้งหลาย
ที่ใส่งานภาพแนวเกมนินเทนโด แฟมิคอมมาอย่างเต็มสตรีม ทั้งการต่อสู้อะไรก็ถือว่าสนุกสนาน
แต่ก็เหมือนเวลาเล่นเกมแบบแฟมิคอม คือ เราไม่ได้รู้สึกอะไรกับตัวละครในเกม
เพราะเราจะเล่นแบบเอาแต้ม เอาเหรียญ ไม่เลือกทาง A ก็ทาง B อะไรแบบนั้น
ซึ่งเมื่อมาลงกับหนังแล้ว ผมพบว่ามันไม่ค่อยจะไปด้วยกันได้ดีสักเท่าไหร่

 

 
เพราะเวลาเราดูหนัง เราต้องการดูเรื่องราวและพัฒนาการของตัวละคร
แม้กระทั่งหนังเอามันส์อย่างหนังแนวแอ็คชั่น หนังตลกโปฮาอะไร เราก็ยังต้องการเห็นสิ่งเหล่านั้น
แต่ใน Scott Pilgrim ดูเหมือนตัวละครจะเป็นเส้นเดียวตลอด ไม่เห็นพัฒนาการอะไรเท่าไหร่
สก๊อตเองดูเหมือนจะเป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่บทจะสู้ขึ้นมาก็เด็ดเดี่ยวซะงั้น
แต่พอสู้เสร็จก็กลับมาโลเลความสัมพันธ์อีก เหมือนกลัวว่าตัวละครสก๊อตจะดูไม่เป็นไอ้อ่อนพอ
แต่พอตอนท้าย Curve ตัวละครกลับขึ้นแรงเสียจนยังซึมซับตัวละครไม่ดีพอเลย

ราโมน่าเอง ดูเหมือนจะออกแนวพาเจ้าสก๊อตไปสู้กับแฟนเก่าสุดโฉดทั้ง 7 คนของเธอซะมากกว่า
โดยมีการปูเรื่องราวการคบกันสมัยก่อนมาให้รู้ว่าคบกันยังไงแบบพอให้รู้เรื่องผ่านๆ
ซึ่งก็ออกแนวไว้แก้ปริศนาการต่อสู้ มากกว่าจะมีผลต่อการเล่าเรื่องของหนัง

ที่จริงตัวละครอย่างไนฟ์ก็น่าสนใจ เพราะถูกเจ้าสก๊อตทิ้งไปหาราโมน่า น่าจะมีการเล่นอะไรสนุกๆ
แต่ว่าหนังเองทำให้เธอเป็นคนคลั่งวง Sex B-Omb ไปซะมากกว่า
แล้วก็มีการจัดการเรื่องราวเพียงเล็กน้อย หลังจากโดนสก๊อตทิ้ง
ก็เพียงแค่ไปคบ นีล เพื่อนในวงเพื่อแก้เผ็ด ก่อนจะข้ามมา Girl Fight กับราโมน่าตอนท้ายเลย
ซึ่งก็ไม่นานด้วย ตอนจบก็ยอมปล่อยสก๊อตไปได้ง่ายๆซะงั้น (แล้วจะมา Girl Fight แย่งเค้าทำไมล่ะเนี่ย)

 

 
กลายเป็นว่า ตัวละครที่แย่งซีนที่สุดในเรื่องก็คือ เพื่อนเกย์สก๊อตอย่าง วอลเลซ (รับบทโดย Keiran Culkin)
เนื่องด้วยเพราะในเมื่อหนังเล่นกับคาแรกเตอร์ซะมาก โดยไม่ได้สร้าง Curve พัฒนาการของตัวละครเท่าไหร่
ทั้งที่จำเป็นต้องทำ ตัวละครที่เป็นเส้นตรงเอาฮาอย่างเจ้าวอลเลซ ก็เลยขโมยซีนไปได้เต็มๆ
ซึ่งคีแรนก็เล่นได้สะใจมาก ขโมยซีนทุกช็อตที่ออกมา ตั้งแต่แย่งแฟนน้องสาวของสก๊อต
ยันไปจนถึงออกมาเป็นตัวโจ๊กคั่นเวลาตอนต่อสู้กัน และก็จะมีโมเมนต์ปล่อยประโยคฮาๆได้ตลอด

 

 
ในเมื่อหนังไปในแนวทางเหมือนเกมทุกกระเบียดนิ้ว คือ ให้ตัวละครไปเจอคู่ต่อสู้เรื่อยๆจนถึงตอนจบ
การพาเรื่องไปถึงไคลแมกซ์ที่ต้องต่อสู้กับ กีเดียน (รับบทโดย Jason Schwartzman)
เราก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับตัวละคร เพราะลึกๆเราก็รู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวพระเอกก็คงหาทางชนะจนได้
ในเมื่อหนังไม่ได้เกลียวปมตัวละครผู้หญิง 2 คนของสก๊อตมาให้ดีพอ

อย่างที่บอก ราโมน่าก็เหมือนเป็นคนพาสก๊อตไปเจอแฟนเก่ามากกว่า ไนฟ์อยู่ๆก็โผล่มาตอนท้ายเลย
ไคลแมกซ์ก็เลยออกมาแห้งๆ พอตอนจบก็จบได้ง่ายๆเสียอย่างนั้น
ก็เสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะที่จริงตัวละครในเรื่องมีเสน่ห์มากพอจะดึงอะไรออกมาได้มากกว่านี้

——————————————————————————

เรามาดูบทสรุปของหนัง Scott Pilgrim VS. The World กันดีกว่า

ข้อดี
1. หนังเล่นกับความเป็นเกมแฟมิคอมได้อย่างเมามันส์ ทั้งกราฟฟิคแสงสีสะใจคอเกมทั้งหลายแน่นอน
2. เพื่อนเกย์ของสก๊อต วอลเลซ ขโมยซีนสุดๆ
3. ฉากบนเตียงของสก๊อต กับราโมน่า ซี๊ดได้อีก (น่าจะให้เยอะๆกว่านี้นะ อิอิ)

ข้อเสีย
1. หนังหาพัฒนาการของตัวละครไม่ได้เลย เส้นราบเรียบตั้งแต่ต้นจนจบ บทจะจบก็จบเอาดื้อๆ
2. หนังจัดการปมของตัวละครไม่ดีพอ สก๊อตจะโลเลหรือจะเด็ดขาดกันแน่ งงหลายช่วงมาก ไนฟ์หลังอก
หักก็ผลุบๆโผล่ๆ แทนที่จะเล่นอะไรได้มากกว่านี้ แฟนเก่าสก๊อตอย่างคิมกับจูลี่ ก็หายไปไม่มีบทบาทเลย
(แ่ค่สองข้อนี้ก็ใหญ่มากแล้วที่ทำให้หนังดูไม่ค่อยสนุกอย่างที่อยากจะสนุก)

3. เสียดายราโมน่าที่สุด เป็นเหมือน Ring Valet จริงๆ (Ring Valet ก็คือผู้หญิงสวยๆเดินข้างเวทีมวย)
4. แม้ข้อดีของหนังคือเล่นกับความเป็นเกมได้เมามันส์ แต่ก็เป็นข้อเสียไปด้วยคือ ความเป็นเกม
ไม่มีผลอะไรกับเรื่องราวหนังเป็นชิ้นเป็นอันเลย เป็นการผสมกันที่ดูประดักประเดิดไม่ลงตัวเอาซะเลย

ดูเอาสนุกในฉากต่อสู้ได้ แต่หนังไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่
เกรด B- (คะแนน 6.6)
(ให้ B- เพราะฉากต่อสู้ยังกู้หน้าหนังได้บ้าง ไม่งั้นลงไป C แน่นอนครับ) 

 

Posted on มิถุนายน 3, 2011, in ภาพยนตร์ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: