TRON LEGACY: เนื้อเรื่องธรรมดา แต่โลกทรอนมันงามจริงๆ

แล้วก็เวียนมาบรรจบครบอีกปี หลังจาก Avatar เปิดศักราชหนัง 3D
ผมก็ตั้งใจตั้งแต่ปีที่แล้วที่ได้ยินว่า Tron จะกลับมาสร้างใหม่ด้วยเทคโนโลยี 3D ว่าต้องมาดูให้ได้
แล้ววันนี้ ผมก็ตีตั๋วโรง Imax 350 บาทเข้าไปดู Tron Legacy สมใจ
อย่ามัวโอ้เอ้เสียเวลาเลย เรามาเริ่มสาธยายกันเลยดีกว่าเนอะ…

——————————————-

เนื้อเรื่องของ Tron Legacy ก็ต่อมาจากภาคที่แล้ว ซึ่งที่จริงผมเองก็ไม่เคยดูภาคแรก
แต่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะหนังก็ท้าวความเนื้อเรื่องภาคแรกมาให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งก็คงไม่ต้องเล่าซ้ำให้เสียเวลา เพราะเนื้อเรื่องก็หาอ่านได้ทั่วไปตามเว็บต่างๆ

 

 
ในภาคนี้ แซมซึ่งเป็นลูกชายของเควิน ฟลินน์ อยู่ๆก็ได้รับเพจมาจากคุณพ่อซึ่งหายไปนานกว่า 20 ปี
แล้วแซมก็ตามไปถึงที่ทำงานร้างของพ่อ แล้วก็ถูกดูดเข้าไปอยู่ในโลกของ Tron
ซึ่งในที่สุดก็ได้ไปพบพ่อของตัวเอง และค้นพบว่า พ่อถูกขังอยู่ในโลกของ Tron จากโปรแกรมตัวเอง
แซมจึงต้องผจญภัยต่างๆนานา โดยมีผู้ช่วยสาวในโลก Tron ที่ชื่อ ควอร่า เพื่อช่วยพ่อออกมาให้ได้

——————————————-

โดยเนื้อเรื่องหลักแล้วก็ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่มีอะไรน่าเซอร์ไพรส์หรือประหลาดใจ
ถ้าใครได้ดูตัวอย่างเวอร์ชั่นสุดท้ายก็คงจะพอเดาได้ตามเรื่องว่า แซมก็ต้องพยายามช่วยพ่อออกมา
แล้วก็ต้องผจญภัยเจอผู้ร้าย เจอเรื่องต้องต่อสู้เกือบถึงตาย ฯลฯ ตามสูตรของเนื้อเรื่องแบบนี้

แต่ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะธรรมดา แต่หนังก็ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างใด ก็ดูสนุกสนานได้โอเคทีเดียว
เมื่อต้องคิดว่า หนังแบบนี้ผู้ชมต้องการอะไร ก็ถือว่าหนังทำหน้าที่ของส่วนเนื้อเรื่องได้พอเหมาะ
ไม่เล่าเรื่องหนักเกินไป ดราม่ากำลังดี มีแอ็คชั่นกำลังดี หนังเดินตามสูตรได้ตามมาตรฐาน

 

 
แต่ที่จริง ผู้กำกับจะลงความสัมพันธ์ของเควินกับแซมให้หนักกว่านี้ก็จะดี หนังจะได้ดูมีน้ำหนักขึ้น
เพราะพอดูหนังไป เราก็ไม่รู้สึกถึงความผูกพันของพ่อกับลูกมากนัก รวมไปถึงตัวละครตัวอื่นด้วย
เพราะอารมณ์ลุ้นกับตัวละครมันหายไปเพราะความสัมพันธ์เหมือนวางบล็อกตามสูตรหมด

ถ้าผู้กำกับมีชั้นเชิงในการใส่ฉากหน่อย ตรงนี้จะดีขึ้นมาก ตอนจบก็จะไม่ค่อยดูแห้งๆอย่างที่เห็น
แต่กระนั้น ตรงนี้ก็ไม่ได้มีข้อผิดพลาดใหญ่อะไร เพียงแต่มันน่าจะถึงอารมณ์ได้มากกว่านี้

——————————————-

แต่นอกจากเนื้อเรื่องแล้ว องค์ประกอบที่ทุกคนคาดหวัง ต้องบอกได้ว่าอยู่ในขั้นท็อปฟอร์มเกือบหมด
ทำไมถึงพูดว่าเกือบ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังในส่วนเกือบ ตอนนี้ขอเอาส่วนที่ดีก่อน…

อย่างแรกก็คือ “ดีไซน์โลกของ Tron” ตรงนี้ต้องเรียกว่า เติมเต็มฝันคนที่ทันดู Tron ภาคแรกได้เต็ม
โลกของ Tron ภาคนี้ดูสวยมาก และเชื่อได้จริงว่ามันคือโลกในวีดีโอเกมจริงๆ และเป็นอย่างที่เราฝันกันจริงๆ
ทุกอย่างที่ทำไม่ได้ในยุคกำเนิด IBM ตอนนี้ในภาคนี้ มันถูกเติมเต็มเรียบร้อยแล้ว และอย่างสวยงามมากๆ

 

 
อย่างที่สองคือ “ดนตรีประกอบภาพยนตร์ โดย Daft Punk”
ต้องเรียกว่าเกิดมาเพื่อ Tron จริงๆ เพราะคาแรกเตอร์ของวง Daft Punk ก็เอาไปจากหนังเรื่อง Tron
ดนตรีแนวอิเลคทรอนิกของ Daft Punk ก็ช่าง Retro ไปยุค Tron ภาคแรก แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเก่าเลยสักนิด
ตรงกันข้าม กับทำให้รู้สึกทันสมัยสมกับโลกเข้าไปอีก และดนตรีก็ทำได้ยิ่งใหญ่สมกับหนังมากๆ

เรียกว่า ถ้าไม่ใช่ Daft Punk แล้วก็นึกไม่ออกจริงๆว่าใครจะทำดนตรีได้สมบูรณ์แบบกับ Tron ได้เท่านี้อีก
แล้วเกร็ดเล็กๆก็คือ DJ ที่เราเห็นในฉากบาร์สองคน นั่นคือ Daft Punk มาเล่นจริงๆนะครับ ^^

 

 
อย่างที่สามคือ “การเลือกนักแสดง” ซึ่งผมคิดว่าเลือกลุกได้พอเหมาะพอเจาะกับหนังมาก
คือ นอกจากข้อจำกัดทางบทที่ไม่ค่อยได้เอื้อนักแสดงฝีมืออย่าง Jeff Bridges และกับทุกๆคนเท่าไหร่แล้ว
ก็ถือว่าโดยลุกนักแสดงทั้งหมด ทำให้เรารู้สึกถึงการเคารพต้นฉบับและความเข้ากับโลกสมัยใหม่ได้พร้อมกัน
เพราะโดยตัวหนังพอดูไปก็รู้ได้ว่า หนังพยายามเคารพต้นฉบับมาก (ขนาดโปสเตอร์ยังถอดแบบมากันเด๊ะ)
แต่เราก็ไม่รู้สึกถึงความเก่า แต่กลับรู้สึกถึงความเข้ากันและการตามทันโลกของลุกตัวละครไปในเวลาเดียวกัน
ส่วนตัวชอบ “แคสเตอร์” ของ Michael Sheen จำไม่ได้เลยว่าเคยเล่น Frost/Nixon ด้วย หน้าปวดจิตดี

ซึ่งเมื่อหนังทิ้งเชื้อไว้ให้ทำภาคต่อแล้ว ก็ถือเป็นการเปิดโลก Tron ใบใหม่ที่ไม่แป้กและสมบูรณ์กำลังดี
เพราะถ้าหนังทำให้คนดูไม่เชื่อโลกทั้งหมดเมื่อไหร่ Tron ภาคนี้ก็คงปิดศักราชไปพร้อมภาคเก่าได้เลย

 

 
แล้วก็มาถึงส่วนเรื่อง “เกือบ” ที่อยากจะพูดถึง
เกือบนั้นก็ดันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดซะด้วยสิ คือเรื่อง 3D

ผมเชื่อว่าแทบร้อยทั้งร้อยที่ตั้งตารอ Tron Legacy ก็เพราะอยากสัมผัสโลกทรอนแบบ 3D สมบูรณ์แบบ
แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ Tron Legacy ยังไปไม่ถึงระดับ Avatar เลย ทั้งที่องค์ประกอบหนังเอื้อทุกอย่าง

อย่างแรกคือ “ความลึกของภาพ” แทบไม่รู้สึกเลยว่าเราได้เข้าไปอยู่ในโลกทรอนแบบเต็มๆ
คือหลายคนอาจแคร์ว่า 3D ต้องมีอะไรพุ่งไปมา แต่สำหรับผมไม่สนเท่าไหร่ แต่อยากเห็นความลึกมากกว่า
เพราะถ้าหนังทำตรงนี้ได้ ให้สัมผัสความลึกมีมิติได้ เราจะรู้สึกว่าได้อยู่ในโลกของทรอนจริงๆ
ถ้านึกไม่ออก ให้ดูฉากเปิดแรกในยานอวกาศของ Avatar ที่เรารู้สึกว่ายานนั้นลึกใหญ่สุดลูกหูลูกตามาก
แต่ใน Tron Legacy ไม่มีสักฉากที่รู้สึกถึงความลึกล้ำกว้างใหญ่ของโลกทรอนเลย รู้สึกเป็น 2D ซะมากกว่า
ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะตัวหนังเอื้อแท้ๆ แต่กลับไม่ทำตรงนี้ให้ถึง หรือไม่บ้าพอเท่า James Cameron ก็ไม่รู้

 

 
อย่างที่สองคือ “ขนาดของภาพ” ที่ไม่เป็นจอเต็มขนาด Imax แต่ใช้ขนาดจอภาพยนตร์กว้างสลับไป
ซึ่งทำให้รู้สึกเสียดายและไม่เต็มอิ่ม เพราะอย่างที่บอก หนังเื้อื้อแล้วแท้ๆ “นี่คือโลกใบใหญ่มากของ Tron”
ควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้รู้สึกถึงอารมณ์ตรงนี้ เอาให้มันเต็มจอใหญ่ๆไปเลย ไม่ใช่สลับไปมา
ตอนเปิดหัวที่ยังอยู่ในโลกคนปกติเป็นจอภาพยนตร์ยังพอรับได้นะ แต่ไม่นึกว่าจะมีในโลกทรอนด้วย
ทำเอาเสียอารมณ์ไปไม่น้อยทีเดียว จะทำทั้งทีแล้ว ไม่กล้าบ้าบิ่นให้มันสะใจเอาเสียเลย

 

 
ซึ่งผมว่าเรื่องนี้เป็นส่วนเสียหายสำคัญพอสมควรทีเดียว เพราะมันทำให้คนดูรู้สึกไม่เต็มอิ่มไม่น้อยเลย
โชคดีที่โลกของ Tron ดีไซน์ออกมาได้สวยมากและยิ่งใหญ่มาก ไม่งั้นคงได้มีด่าเช็ดกันเป็นแถว
แล้วก็โชคดีที่ดนตรีของ Daft Punk มันสุดยอดมาก ช่วยบรรเทาอาการอารมณ์เสียได้ไม่น้อย
ก็หวังว่าภาคต่อไปที่เห็นว่าเตรียมทำแล้ว ค่ายดิสนีย์และผู้กำกับจะกล้ามากกว่านี้ ทำให้มันถึงใจไปเลย

——————————————-

แต่โดยรวมแล้วถือว่าคุ้มค่าเพราะประสบการณ์โลก Tron แบบนี้ แนะนำว่าต้องดูโรงภาพยนตร์เท่านั้น
จะดูจอเล็กๆหรือกระทั่งจอใหญ่ที่บ้าน เสียงลำโพงรอบทิศ ก็ยังสู้การดูในโรงภาพยนตร์ไม่ได้เลย

เกรด B+ ครับ (ให้บวกเพราะประทับใจโลกของ Tron มาก มันงามมากจริงๆ ขอบอก)

 

Posted on ธันวาคม 27, 2010, in ภาพยนตร์ and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: