Ni Hao, China (Day 8) – กลับเมืองไทยแล้ว

วันที่ 8 ตุลาคม

วันสุดท้ายของการมาเยี่ยมเมืองจีนแล้ว
เครื่องบินกลับบ้านจะออกจากปักกิ่งตอน 1 ทุ่ม แต่เราต้องไปเช็คอินก่อนสัก 3 ชั่วโมง
นั่นหมายความว่า ผมยังมีเวลาจะเที่ยวเมืองจีนอีกถึงประมาณบ่ายสามโมง
ว่าแล้วก็อย่าเสียเวลาเลย ไปหาที่เที่ยวต่ออีกหน่อยดีกว่า
แต่ว่าจะไปไหนดีล่ะ ไปไกลก็เสียวไส้กลับมาไม่ทัน ถ้างั้นก็คงต้องไปที่ใกล้ๆล่ะ

———————————————-

ที่พัก ห้องของน้องและแฟนน้องที่จริงอยู่ใกล้ Olympic Park มากชนิดเดินไปก็ถึง
แต่ก็นั่นแหละ ใกล้ๆก็เก็บไว้วันสุดท้ายอย่างนี้ จะได้ไม่ต้องไปเที่ยวไหนไกลไง
ตื่นเช้ามา เราเลยรีบตรงไปยังสนามรังนกทันที

 

สนามกีฬา Bird’s Nest วันหมอกลง ก็สวยไปอีกแบบ

 
ที่จริง ทีแรกผมเข้าใจว่า Olympic Park หลังจัดกีฬาโอลิมปิกแล้วก็คงเป็นสวนสาธารณะสำหรับคนเมือง
ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อไปถึง เราก็เข้าไปพักผ่อนหย่อนใจภายในบริเวณรอบสนามกีฬาได้ตามสะดวก
แต่กับสนามกีฬาทั้งหลายน่ะ ไม่ได้เดินได้ฟรี ต้องเสียตังนะคร้าบบบบ…

สนามกีฬา Bird’s Nest อันเลื่องชื่อนั้น ก็ไม่พ้นที่จะต้องเสียค่าเข้าชมอย่างแน่นอน
สนนราคาของการเข้าชมเจ้ารังนกยักษ์นี่ ก็อยู่ที่ 50 หยวนครับ
เรียกว่า สร้างสนามกีฬาครั้งเดียว ใช้จนคุ้ม โอลิมปิกจัดเสร็จแล้วก็ยังเก็บตังได้ต่อ
ไม่เหมือนสนามกีฬาบางประเทศ จัดกีฬาเสร็จแล้วเอาไว้ให้ควายเข้าไปกินหญ้าซะงั้น

 

ข้างในสนามกีฬารังนกยักษ์ กว้างขวางใหญ่โตตามประสา

 
เจ้ารังนกยักษ์นี่ คือถ้าจะพูดไปไม่นับสถาปัตยกรรมภายนอกที่ดูน่าทึ่งแล้ว ก็เหมือนสนามกีฬาอื่นๆ
ภายในเองก็ไม่ได้วิจิตรพิสดารอะไรมาก ก็แอบผิดหวังนิดๆ นึกว่าข้างในจะใหญ่เหมือนที่เห็นจากข้างนอก
แต่มันก็ใหญ่จริงๆนะ เพียงแต่สงสัยผมคงตั้งหวังว่า พอเห็นข้างนอกอลังการ ข้างในก็คงมโหฬารมากๆ
แต่ต้องยอมรับว่า เขาดูแลรักษาสนามได้ดี ภายในจะมีการจัดกิจกรรมให้คนได้เข้ามาชมตลอดทั้งปี

วันนี้ คนที่มาสนามก็ไม่ได้เยอะมาก คงเพราะหมดวันชาติไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว คนก็กลับไปทำงานกัน
ถือเป็นความรู้เล็กๆว่า คนจีนเขาไม่มีหยวนวันหยุด ทั้งที่วันนี้คือวันศุกร์ มีติ่งแค่วันเดียวต่อจากวันชาติ
แต่เขาถือว่าหมดวันชาติวันที่ 7 ก็ต้องไปทำงาน ไม่มีหยุดแถมให้ ถ้าเป็นพี่ไทย รัฐบาลคงใจดีหยุดต่อให้

 

ศูนย์กีฬาทางน้ำแห่งชาติจีน Bubble Building ถ้าวันเปิดไฟจะสวยกว่านี้มาก

 
นอกจากนั้น สระว่ายน้ำ อาคารฟองน้ำก็อยู่ตรงข้ามกับ Bird’s Nest นี่เอง
แต่วันนี้หมอกลงจึงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ และที่จริงถ้าจะดูให้สวยต้องมาดูกลางคืนตอนเขาเปิดไฟ
ทีแรกก็ว่าจะเข้าไปชมภายในเหมือนกัน แต่ว่ามาคิดว่าที่ไหนของจีนก็เป็นต้องเสียตังเข้าชมหมด
ก็เลยล้มเลิกความตั้งใจ ดูแต่ข้างนอกก็ได้วะ เพราะที่จริงที่สวยก็คือข้างนอกนี่แหละ ผมว่า

———————————————-

ยัง…ยังเหลือเวลาอีกหน่อย
หลังจากเมื่อวาน ได้ลองนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินที่ปักกิ่งเป็นครั้งแรก ก็เลยนึกคึกอยากจะหาที่เที่ยวไปเอง
ก็เลยเปิดแผนที่ ลองหาดูว่าที่ไหนน่าจะไปเที่ยวได้บ้าง (ซึ่งต้องบอกว่าปักกิ่งมีที่น่าไปเยอะแยะไปหมด)
ก็ปรากฎว่าเห็น “วัดขงจื้อ” อยู่บนเส้นทางรถใต้ดินผ่านพอดี
ส่วนจะอยู่ตรงไหน ใครที่อยากจะไปเมืองจีนลองหาเอาบนแผนที่ปักกิ่งได้ หาไม่ยากครับ

 

สถานีรถไฟใต้ดินที่ปักกิ่ง ดูใหม่เอี่ยมอ่องมาก

 
ขงจื้อเป็นใครคงไม่ต้องบอก เอาง่ายๆว่าชื่อท่านดังพอจะทำให้ผมไปเยี่ยมวัดท่านก็แล้วกัน
วัดขงจื้อต้องบอกว่าอยู่ในย่านเกือบใจกลางเมืองเหมือนกัน นั่งรถใต้ดินไปอีกนิดก็ถึงเทียนอันเหมินแล้ว

ทันทีที่เหยียบวัดขงจื้อ ก็สัมผัสได้ถึงความสงบสมกับเป็นวัดของท่านจริงๆ
แต่อาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันทำงานแล้ว คนเลยไม่แห่กันมาอีก เพราะวันนี้รอบๆเมืองก็เงียบๆ
ภายในวัดนั้นมีการแสดงประวัติและผลงานของขงจื้อตั้งแต่สมัยท่านยังมีชีวิตจนถึงอิทธิพลในปัจจุบัน
ซึ่งต้องบอกว่าน่าทึ่งมากเพราะหลายแนวคิดการปกครองภายหลังทั้งหลายก็สืบทอดความคิดจากขงจื้อ
รากฐานระบอบประชาธิปไตยก็เช่นกัน ซึ่งเขาก็มีแสดงให้เห็นอิทธิพลที่คนใช้ไปในทางที่ผิดและถูก

 

รูปปั้นท่านขงจื้อ หน้าวัดของท่านเอง

 
สำหรับผม การมาเยี่ยมชมวัดขงจื้อครั้งนี้ถือว่าเต็มอิ่ม เพราะไม่ต้องไปเบียดแย่งผู้คนเหมือนวันแรกๆที่มา
ได้เดินชมและอ่านประวัติของท่านได้อย่างเต็มที่ มีเวลาจะเดินได้อย่างไม่ต้องรีบไปรีบกลับ
ซึ่งก็คงต้องแนะนำว่า ถ้าใครอยากจะมาเมืองจีน ก็ควรจะต้องมาในบรรยากาศอย่างนี้ครับ
บรรยากาศที่ได้เที่ยวชมจริงๆ ไม่ต้องยื้อแย่งกับคน และมาเองโดยมีคนรู้จักอยู่ที่นี่
ถ้ามากับทัวร์ ผมคิดว่าคงไม่มีเวลาเยี่ยมชมสถานที่เต็มที่ เพราะต้องรีบมารีบถ่ายรูปรีบกลับ

 

แนวคิดของขงจื้อ มีอิทธิพลต่อการปฏิรูปการปกครองในฝรั่งเศสด้วย

 
ขากลับ เราก็ได้แวะไปกินก๋วยเตี๋ยวแบบจีนๆที่ร้านแถวๆนั้น
ต้องบอกว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวที่เต็มอิ่มแบบอิ่มจริงๆ เพราะเส้นหนามาก แล้วกินยังไงก็กินไม่หมด
แต่สิ่งที่รู้สึกขำอยู่อย่างคือ เป็นมื้อกินอาหารแบบจีนครั้งแรกที่ได้กินแบบได้น้ำได้เนื้อจริงๆ (ฮา)
และแล้ว ก็ได้เวลาเตรียมตัวกลับบ้านแล้วครับ…

———————————————-

บ่ายสี่โมงกว่า ผมและคุณพ่อมาถึงสนามบินกรุงปักกิ่ง ได้เวลากลับบ้านแล้ว
หลังจากแวะร้านกาแฟแบรนด์จีนๆ ที่ตั้งตรงข้าม Starbucks พูดคุยกันประสาครอบครัวอยู่พักใหญ่
ก็ได้เวลาไปขึ้นเครื่องบินแล้ว เป็นการจบทริป 8 วันที่เมืองจีนครั้งนี้

เป็นการมาเที่ยวแบบมึนๆที่ได้ประสบการณ์หลายๆแบบ ตั้งแต่ไปเบียดกับผู้คนในวันชาติ
เกือบจะอดเหยียบกำแพงเมืองจีน ได้ไปปั่นจักรยานรอบกำแพงเมืองซีอาน ทดลองเดินข้ามเมือง
หาตู้นอน 4 เตียงบนรถไฟได้ แต่ต้องนอนแออัดกับคนจีนที่ไปเที่ยวในตู้นอน 6 เตียงขากลับปักกิ่ง
จนกระทั่งได้สัมผัสรถไฟฟ้าใต้ดิน และลองกึ่งๆหาที่เที่ยวเมืองจีนเองอยู่ 2-3 ชั่วโมงในวันสุดท้ายนี้
เครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ที่สุวรรณภูมิตอน 5 ทุ่มของวันเดียวกัน
ถือเป็นการไปเที่ยวแบบไม่ตั้งใจที่คุ้มค่า กับการได้ไปเห็นโลกและประสบการณ์ใหม่ๆในต่างแดน

สนุกมาก…
อยากจะไปเที่ยวต่ออีกแล้วสิ แต่ขอดูตังในกระเป๋าก่อนนะ อิอิ…
ก็จบเรื่องราวทริปไปเมืองจีนครั้งแรกแต่เพียงเท่านี้ครับผม สวัสดีครับ…

 

ลานดอกไม้สวยๆที่เมืองซีอานครับ

Posted on ตุลาคม 25, 2010, in ท่องเที่ยว and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: