Ni Hao, China (Day 7) – ได้เหยียบกำแพงเมืองจีนจนได้

วันที่ 7 ตุลาคม

รถไฟ 11 ชั่วโมงจากซีอานกลับมาถึงปักกิ่งในยามเช้า
อย่างน้อย การนอนก็ทำให้ลืมไปได้ว่าต้องมารถไฟแบบอึดอัดไปหน่อย
แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจอยู่ก็คือ การไม่ได้เหยียบกำแพงเมืองจีน
แล้วเวลาก็เหลือน้อยแล้ว เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องกลับไทยแล้ว
ทำยังไงดีล่ะเนี่ย มาจีนแต่ไม่ได้เหยียบกำแพงเมืองจีน…

———————————————-

แพลนแรกก็คือ หารถขับไปเองกลับไปที่ Badaling อีกครั้ง
แต่แพลนก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณแม่ของแฟนน้องบอกว่า มีจุดไปกำแพงเมืองจีนอีกที่
แล้วหลังจากมาถึงปักกิ่งไม่กี่ชั่วโมง คุณแม่ก็มาพาเราไปกำแพงเมืองจีนด้วยตัวเอง

 

วิวกำแพงเมืองจีน ณ จุด Mutianyu ถ่ายจากเคเบิลคาร์

 
ผมเพิ่งได้รู้ว่า กำแพงเมืองจีนไม่ได้มีจุดเที่ยวแค่ที่ Badaling แต่ยังมีอีกถึง 2 ที่
ซึ่งที่จริงผมก็สงสัยมานานแล้วล่ะ ว่ามันจะมีจุดเดียวได้ยังไง กำแพงออกจะยาวขนาดนั้น
และวันนี้ จุดที่เราจะไปเรียกว่า Mutianyu ครับ

จุดเยี่ยมชมกำแพงเมืองจีนที่ Mutianyu ห่างจากตัวเมืองปักกิ่งไปในระยะที่ก็ไม่ต่างกับ Badaling
กำแพง ณ จุดนี้เขาว่าทางเดินไม่กว้างเท่า Badaling และคนยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก
ซึ่งพอมาถึงก็เป็นดังที่เขาว่า นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะจริงๆ

 

กำแพงเมืองจีนที่ Mutianyu ในที่สุดก็ได้มาเหยียบ

 
ที่นี่ต้องยอมรับว่า เขาดูแลรักษาสถานที่ได้ดีมาก สถานที่จัดอย่างมีระเบียบดีกว่า Badaling
ร้านค้าดูสะอาดสะอ้านกว่า การหาจุดขึ้นลงและจุดเยี่ยมชมหาได้ง่ายกว่ามาก
ซึ่งเขาก็ให้เกรดของสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่ไว้ที่ระดับ AAA ด้วยซึ่งก็สมกับเกรดที่เขาได้จริงๆ
อ้อ ถ้าใครเกิดอยากกินฟาสต์ฟู้ดแบบอเมริกัน ที่นี่เขามีร้าน Subway อยู่ด้วยนะครับ ^^

 

Cable Car ขึ้นกำแพงเมืองจีนที่ Mutianyu

 
ราคาตั๋วขึ้นกำแพงเมืองจีนที่ Mutianyu ก็เหมือนกับที่ Badaling
คือ เดินขึ้นไปเอง 45 หยวน ขึ้นเคเบิลคาร์ไป-กลับก็ 65 หยวน ไปเที่ยวเดียวก็ 45 หยวน
แต่แนะนำครับว่า ถ้ามาขึ้นกำแพงเมืองจีนที่นี่ ควรขึ้นเคเบิลคาร์ดีกว่า เพราะทางชันมาก
เคเบิลคาร์ที่นี่ คนขึ้นมาระเบียบมากกว่าที่ Badaling อย่างเห็นได้ชัดครับ
นอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่แออัดเกินไปแล้ว ทางขึ้นคิวเคเบิลคาร์ก็จัดอย่างมีระเบียบ
หลังจากนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปไม่นาน ในที่สุด ก็ได้เหยียบกำแพงเมืองจีนจนได้ เย้!!!

 

จงซื้อกล้วยที่นี่ เพราะถูกกว่าที่หน้าทางขึ้นกำแพงเมืองจีน

 
กำแพงเขาดูแลรักษาเป็นอย่างดีมาก และคนท่องเที่ยวที่ไม่เยอะ ทำให้แต่ละคนมีโอกาสถ่ายรูปเดี่ยวๆ
แล้วเส้นทางทอดยาวของกำแพงที่นี่ก็ดูสวยมากทีเดียว ถ้าดูจากสายตาผมคิดว่าสวยกว่าที่ Badaling
แต่เมื่อผมยังไม่ได้ไปเหยียบที่ Badaling ก็คงเทียบกันไม่ได้ คงเพราะเจอประสบการณ์แย่ๆที่นั่นด้วย

แล้วก็หลายคนคงทราบดีว่า การกินกล้วยเป็นการช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างกาย
ที่นี่ก็มีกล้วยขายครับ ดูเหมือนจะรู้ข้อนี้ของกล้วยดี เลยมีขายกันเป็นหวีๆเลย
แต่ก่อนจะซื้อ เลือกที่ซื้อหน่อยนะครับ ผมแนะนำให้เดินขึ้นไปบนกำแพงก่อนแล้วไปซื้อบนนั้น
จะมีโต๊ะขายกล้วยขายลูกอมอยู่บนนั้น ราคาขายถูกกว่า ถ้าซื้อข้างล่าง ขายลูกละตั้ง 10 หยวน

หลังจากเดินอยู่บนกำแพงอยู่ชั่วโมงกว่า ก็ได้เวลากลับแล้ว
ถือเป็นการมาเยือนกำแพงเมืองจีนที่ประทับใจ วันนี้อากาศดี มีหมอกลงสวย และนักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะ
ถ้าประสานักท่องเที่ยว ก็คงพูดได้เต็มปากว่า มาถึงเมืองจีนจริงๆแล้ว

———————————————-

หลังออกมาจากกำแพงเมืองจีน คุณแม่แฟนน้องก็พาขับรถไปทั่วเมืองปักกิ่งเหมือนเป็นการเยี่ยมชม
สิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งก็คือ ปักกิ่งไม่มีใจกลางเมืองที่เขาเรียกว่า Downtown จริงๆแบบที่อื่น
ทุกที่ดูเหมือนเป็นศูนย์กลางในตัวเอง ผู้คนในย่านนั้นไม่ได้มากมายเป็นพิเศษจนเป็นดาวน์ทาวน์
ซึ่งถ้าเป็นนิวยอร์ก เราคงนึกถึงแมนฮัตตัน โตเกียวเราคงนึกถึงชินจูกุ กรุงเทพฯเราก็คงนึกถึงสยามสแควร์
แต่ปักกิ่ง เราคงนึกไม่ออกว่ามีย่านอะไรอย่างนั้น ถ้านับจริงๆก็คงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินล่ะมั้ง

 

Temple of Heaven วัดแห่งสวรรค์ สวยมากจริงๆ ขอบอก

 
ช่วงก่อนเย็นจะกลับห้อง เราไปแวะที่ Temple Of Heaven เป็นที่สุดท้ายของวัน
บริเวณวัดต้องบอกว่ากว้างขวางอลังการมาก สมกับเป็นที่บูชาเทพแห่งสวรรค์ตามจุดประสงค์ที่เขาสร้าง
ตัววิหารที่สร้างเองก็สวยงามมากทีเดียว ตามรูปที่เอามาให้ดูนี่แหละ ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก

ก่อนจะกลับ เจอแมวเหมียวนอนขดหน้าบ่จอยตัวหนึ่ง เลยถ่ายรูปไว้
เพิ่งสังเกตว่า แมวที่เมืองจีนนี่ ส่วนใหญ่มันจะขนฟูกันหมดทั้งนั้นเลยวุ้ย

 

แมวหน้าบ่จอยที่วัดแห่งสวรรค์

 
———————————————-

ขากลับ เรากลับโดยขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินครับ
เย้…หลังจากนั่งแท็กซี่ อาศัยรถส่วนตัวมาตลอดทริปเมืองจีน ในที่สุดก็ได้ขึ้นรถสาธารณะจนได้
ต้องบอกว่า รถไฟฟ้าใต้ดินที่ปักกิ่ง ใหม่มากครับ คงสร้างช่วงเศรษฐกิจบูมทั้งหมดเลย
ราคา 2 หยวน นั่งได้ตลอดทั้งโครงข่าย บอกได้คำเดียวว่า “ถูกกว่าเมืองไทยเห็นๆ”

ก็จบวันที่ 7 ในเมืองจีนไปชนิดรู้สึกดีกว่าที่คิดมาก
ตอนแรกกำลังคิดว่าจะไปไหนมาไหนไหวเหรอ เพราะเพิ่งลงจากรถไฟจากซีอานมาตอนเช้าเอง
พรุ่งนี้ก็เตรียมตัวกลับเมืองไทยแล้วครับ…

 

ลาขี้เกียจที่ Mutianyu ครับ ต้องไปดูเอง บอกได้ว่ามันนอนได้ฮาจริงๆ

Posted on ตุลาคม 23, 2010, in ท่องเที่ยว and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: