Ni Hao, China (Day 2) – เบียดตุ้บตั้บที่ Badaling

วันที่ 2 ตุลาคม

แล้วก็มาถึงวันที่ 2 ของการอยู่เมืองจีน
แล้วเมื่ออยู่เมืองจีน ก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องไป “กำแพงเมืองจีน”
ถึงแม้ว่าโดยส่วนตัวจะไม่ชอบการไปกับทัวร์เอาเสียเลย แต่วันนี้ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะว่าน้องชายก็ไม่คุ้นเส้นทางไปกำแพง แฟนน้องก็ไม่อยากขับรถในเมืองจีนที่ขับยากแสนยาก
เราเลยต้องจองทริปไปกำแพงเมืองจีนกับทัวร์แทน จะได้ไปถึงกำแพงเมืองจีนไม่หลงไปก่อน

คณะทัวร์ออกเดินทางแต่เช้า ดูเหมือนจะมีแค่กลุ่มผมที่เป็นคนต่างชาติ ที่มีแฟนน้องช่วยเป็นล่ามให้
นอกนั้นก็เป็นลุงป้าน้าอาชาวจีนทั้งนั้น ไกด์นำทัวร์ก็พูดจีนตลอดทริป ว่าแล้วก็เลยนอนต่อดีกว่า

———————————————————–

แต่ก่อนไปกำแพงเมืองจีนก็มีแวะระหว่างทางก่อน เพื่อให้สมกับเป็นทริป ที่แรกคือ “สุสานราชวงศ์หมิง”
ราชวงศ์หมิงถือเป็นราชวงศ์ที่รุ่งเรืองมาก และเป็นราชวงศ์ที่เปิดและสร้างวิทยาการหลายอย่างให้จีน
ถ้าใครอ่านประวัติศาสตร์จีน คงจะรู้จักกองเรือนายพลเจิ้งเหอที่ยิ่งใหญ่ดี ก็ริเริ่มในราชวงศ์หมิงนี่เอง

 

ผู้ชายถือธงนำหน้าคนนี้แหละ ตาไกด์นำทัวร์ของเรา

 
เมื่อเป็นสุสานราชวงศ์ ก็ย่อมดูดีกว่าสุสานคนธรรมดา มีทั้งป้อมปราการ สวนหย่อมร่มรื่น สิ่งก่อสร้างดีๆ
ทีแรกเดินเข้าไปก็ไม่รู้หรอกว่าสุสาน นึกว่าที่บูชาอะไรสักอย่าง เพราะตาไกด์พูดอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี
จนตอนเดินผ่านป้อม แฟนน้องบอกว่าที่นี่คือสุสาน ถึงได้รู้ว่า นี่เรามาเยี่ยมสุสานนะไม่ใช่ที่บูชาอะไร

ก่อนจะจบทัวร์ที่นี่ เขาจะมีการให้เดินลอดผ่านช่องประตูก่อนทางออก
ซึ่งเขาบอกว่า ถ้าเดินผ่านแล้วตะโกนเสียงดังจะโชคดีปราศจากโรคภัย
แต่ผมไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ ที่จริงแม้แต่ตาไกด์ก็บอกว่าเป็นเรื่องขำๆ คณะทัวร์ก็เลยตะโกนเฮฮากันไป
ส่วนผมไม่ได้ตะโกนด้วยล่ะ ตะโกนเป็นภาษาไทยเดี๋ยวไม่รู้เรื่อง โรคภัยจะถามหาซะแทน ^^”

 

คนมาเที่ยวก็โยนไว้ คงขอพรให้ร่ำรวยขึ้นประมาณนั้น

 
———————————————————–

ที่ต่อไปที่ตาไกด์พาเราไปไม่ประทับใจเท่าไหร่ เพราะเป็น “ตลาดค้าหยก” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจีน
เพราะตอนนั้นเวลาเที่ยงแล้ว นึกว่าจะมาแวะร้านอาหารอะไรสักอย่าง ปรากฎว่าพามาลงที่ตลาดค้าหยก
ซึ่งก็แน่ล่ะ พามาลงที่นี่ก็เพราะจะให้กรุ๊ปทัวร์ซื้อของ เรียกว่าอุปถัมภ์จุนเจือระหว่างคณะทัวร์กับพ่อค้า

คณะทัวร์พาลูกทัวร์มาลง พ่อค้าหยกก็ได้ขายของ ได้กำไรกันไป ซึ่งหลายทัวร์ก็ถูกพามาลงกันที่นี่
ส่วนผมไม่สนใจด้วยล่ะ แพงก็แพง ซื้อไปก็ไม่ได้ใช้อะไร ยังดีหน่อยที่ได้กินข้าวเที่ยงที่นี่ที่มีร้านอาหาร

———————————————————–

แล้วที่หมายสุดท้ายเสียทีที่เราตั้งใจจะมาเยือนก็คือ “กำแพงเมืองจีน”
กำแพงเมืองจีนที่เรามาเยือนครั้งนี้ เป็นจุดกำแพง Badaling ซึ่งถือว่าเป็นที่ยอดฮิตที่สุดที่คนมากัน
ฮิตไม่ฮิตก็บอกจากจำนวนคนที่มาได้ มากมายมหาศาล ชนิดหาที่จอดรถกันไม่ได้

วิธีขึ้นกำแพงเมืองจีนมีอยู่สองแบบคือ “ขึ้นเคเบิลคาร์” กับ “เดินขึ้นไป”
ถ้าขึ้นเคเบิลคาร์ จะต้องซื้อตั๋วราคา 45 หยวนสำหรับขึ้นไปอย่างเดียว เที่ยวกลับเดินลงมาเอง
แต่ใครขี้เมื่อยก็ซื้อตั๋วแบบไปกลับ ราคา 65 หยวน ก่อนจะขึ้นก็คิดให้ดีเสียก่อนว่าจะเดินหรือนั่งกลับ
ส่วนถ้าใครอยากเดินก็จ่าย 45 หยวน ราคาเดียวไม่มีไปกลับ เพราะเดินก็คงไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเติม
แต่ถ้าใครอายุเกิน 60 ปีและมีเอกสารพวกวีซ่าอะไรไปโชว์เขา ราคาจะลดลงเหลือ 25 หยวน

 

กำแพงเมืองจีนที่ Badaling เขาว่าทางเดินกว้างสุด (แต่เท่าที่ดูก็ไม่น่านะ)

 
แต่การมา Badaling คราวนี้ไม่ประทับใจอย่างแรง เพราะจำนวนคนเยอะและไกด์ให้เราขึ้นเคเบิลคาร์
ไอ้ด้วยความที่เราไม่รู้ นึกว่าขึ้นได้แต่เคเบิลคาร์ ก็ต่อแถวกับเขาไป แล้วคนก็เบียดกันเยอะมาก
เบียดกันยังไม่พอ มีการแซงคิวกันให้วุ่นวาย แทนที่จะเข้าแถวเดียว กลายเป็นมี 4-5 แถว

แล้วกว่าจะได้ขึ้นเคเบิลคาร์ก็รอนานมากหลายชั่วโมงก็ยังไม่ได้ขึ้นเสียที จนในที่สุด “ฝนก็ตกลงมา”
คนที่ต่อแถวซึ่งเป็นคณะทัวร์หลายคนก็หมดความอดทนล้มเลิกความตั้งใจที่จะขึ้นไปกำแพงเมืองจีนกันไป
คณะทัวร์ทุกคนพากันกลับรถ แต่ฝนก็หยุด ตาไกด์ก็เลยเอาตั๋วเคเบิลคาร์มาแจกให้เลือกว่าจะขึ้นอีกรึเปล่า
แต่เวลาขึ้นมันใกล้หมด 16.30 น.แล้ว ผมกับน้องชายและแฟนน้องก็เลือกที่จะไม่ขึ้น ไม่เอาแล้ว

ตาไกด์เองก็น่าสงสารอยู่ เพราะต้องคอยรองรับอารมณ์ของลูกทัวร์ที่ก็ไม่พอใจหลายคน
แล้วเมื่อไม่มีทางเลือกเพราะเดี๋ยวเสียเงินฟรี ลูกทัวร์หลายคนเลยยอมกลับไปต่อแถวขึ้นเคเบิลคาร์ต่อ

 

อาตี๋เล่นปืนใหญ่ตอนเดินไปเจอทางขึ้นกำแพงอีกด้านนึง (ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ดี)

 
แต่สำหรับผมและคุณพ่อที่มาด้วย เสียก็เสียไปเถอะเพราะมันไม่ประทับใจไปแล้วก็ไม่อยากขึ้นไปอีก
แล้วก็เป็นเรื่องตลกที่อยู่ๆ เราก็ค้นพบทางอีกทางที่เดินไปอีกด้านก็เจอทางเดินขึ้นกำแพงเมืองจีน
ผมกับพ่อเลยคุยขำๆว่า “รู้งี้มาเดินขึ้นอีกด้านตั้งนานแล้ว ไม่ต้องไปเบียดกับคนให้วุ่นวายหรอก”

แต่็นั่นแหละ ถ้ามาเดินขึ้นก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก 45 หยวนเองอยู่ดี เพราะไม่ได้อยู่ในรายการไกด์
การมาเยือนกำแพงเมืองจีนครั้งนี้เลยได้แต่ดู ไม่ได้ขึ้นไปเหยียบ (ช่างน่าเศร้าใจ)

———————————————————–

แต่ว่าท้ายวันก่อนกลับ ตาไกด์ก็แสนดียอมคืนเงินค่าเคเบิลคาร์ให้เราทั้งสี่คน (มองตาไกด์แกดีขึ้นหน่อย)
แต่ก็ต้องมาแอบคืน ให้ลูกทัวร์คนอื่นเห็นไม่ได้ เดี๋ยวจะโวยวายขอเงินคืนให้วุ่นวายอีก

บทสรุปวันนี้ก็คือ “จงอย่ามากับคณะทัวร์ จงไปเที่ยวเองจะดีกว่า (เยอะ)”

 

กำแพงเมืองจีนที่ Badaling ได้แต่มองไม่ได้ขึ้นไปเหยียบ

Posted on ตุลาคม 14, 2010, in ท่องเที่ยว and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: