Maru กรณีศึกษาของการสร้างแบรนด์แบบ “แมวๆ”

“มีแมวตัวหนึ่ง มามุดกล่อง กระโดดเข้าออก เล่นกับของเล่น
นอนกลิ้งเกลือกไปเรื่อย มันจะมีคนมานั่งดูสักแค่ไหนกัน”
คำตอบ: 100 ล้านกว่าครั้ง

นั่นคือเรื่องจริงครับ คนที่เล่น Youtube แล้วได้เคยดูคลิปวีดีโอสุดฮิต
ที่มีแมวมากระโดดเข้าออกกล่อง คงจะรู้จักแมวตัวนี้อย่างดี
เจ้าเหมียวตัวนี้ชื่อว่า Maru

—————————————–

อะไรที่ทำให้ Maru กลายเป็นแมวยอดฮิต
ขนาดมีคนมาดูเกินกว่า 100 ล้านครั้งแล้วและตัวเลขยังคงไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ
คำตอบคือ “มันมีแบรนด์ของมันครับ”

แบรนด์ของ Maru คืออะไร?
แบรนด์ของ Maru คือ “ความขี้เล่น ขี้สงสัย”

 

This box looks nice to me ^^

 
อันที่จริง แมวโดยปกติธรรมชาติของมัน ก็จะขี้เล่น ขี้สงสัยเป็นปกติ Maru ก็ไม่ได้ต่างกัน
แต่ทำไม Maru กลับเป็นแมวยอดฮิต มีคนเข้ามาดูกว่า 90 ล้านครั้งทั่วโลก
ในขณะที่สัตว์เลี้ยงตัวอื่นทำไม่ได้เท่ามัน

เวลาคนทั่วไปถ่ายสัตว์เลี้ยง มักจะพยายามล่อหลอกต่างๆนานา แล้วพยายามทำให้มันตลก
บางทีเราจะได้ยินเสียงเจ้าของเรียกสัตว์เลี้ยงด้วยความเอ็นดู ด้วยความหมั่นเขี้ยว อะไรก็ตามแต่
แต่นั่นทำให้รู้สึกถึงความรบกวน เพราะเราอยากจะดูตัวสัตว์มันต่างหาก
ไม่ได้อยากจะดูหรือฟังเจ้าของมาทำเสียงโอ๊ะโอ๋มัน

 

Ready, set and…should I go?

 
วีดีโอของ Maru เราจะเห็นแต่ตัวของ Maru เต็มๆ
เราจะไม่เคยเห็นหน้าของเจ้าของ หรือแม้แต่เสียงของเจ้าของ
วีดีโอโดยส่วนใหญ่ จะเป็นการปล่อยให้มันเล่นไปตามธรรมชาติของแมว
ทั้งเล่น Catnip หมุนตัวบิดตัว กลิ้งเกลือก สำรวจข้าวของ นอน (ฮา)

บางครั้งก็ล่อหลอกมันบ้าง แต่ก็ไม่ได้พยายามเค้นอะไร โดยที่กล้องก็จับมันไป
ถ้ามันไม่ทำอะไร ภาพก็จะตัดแล้วก็รอจนกว่ามันจะทำอะไร
ซึ่งบ่อยครั้งจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เราเสมอ
ที่เจ้า Maru มักจะโชว์ความฉลาดเหลือเชื่อของมัน ซึ่งทำให้มันเป็นตัวของมันเองจริงๆ

ง่ายๆก็คือ “การกระโดดมุดหัวเข้าออกกล่อง”
ที่กลายเป็นโลโก้ประจำตัวของเจ้า Maru ไปแล้วนั่นแหละ
นั่นก็คือการปล่อยให้แมวทำอะไรไปตามธรรมชาติของมัน
โดยที่เจ้าของเขาแค่วางกล่องไว้ให้มันเฉยๆ ไม่ได้ไปล่อให้มันทำอะไรแม้แต่น้อย

 

Hello world!

 
และนั่นเป็นหลักการสร้างแบรนด์ข้อหนึ่งเลยคือ
“รู้จัก Product แล้วใช้ความเป็น Product สร้างเรื่องราวของมัน ที่คนจะรัก”
การรู้จัก Product รู้จักธรรมชาติของสินค้า จะทำให้เราสร้างความเป็นแบรนด์ของสินค้าขึ้นมาได้
โดยที่ไม่ต้องพยายามยัดเยียดให้สินค้าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
หรือเห็นธรรมชาติสินค้าแล้วแต่ไม่ชอบ ก็เลยพยายามยัดเยียดมุมมองตัวเอง
ทำให้สินค้าในสายตาของผู้บริโภค ดูไม่เป็นธรรมชาติของมัน ทำให้รู้สึกว่าเหมือนโดนยัดเยียดให้ซื้อของ

กรณีนี้ก็เหมือน Maru กับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ที่พยายามจะดังเหมือน Maru ในโลก Youtube
ขณะที่คนอื่น พยายามทำให้มันดูน่ารัก หลอกให้มันทำอะไรตลกๆ
เพื่อหวังที่จะทำให้คนดูวีดีโอหัวเราะ และชอบสัตว์เลี้ยงตัวเอง
แต่ Maru เจ้าของปล่อยให้มันทำอะไรไปตามเรื่องตามราวของแมวมัน
เราจึงรู้สึกรักมันอย่างสนิทใจ โดยไม่รู้สึกถูกยัดเยียด
และเมื่อปล่อยให้มันทำอะไร “ตามใจแมว” ความเป็นแบรนด์ของแมวก็ถูกขับออกมาจริงๆอย่างเต็มที่

 

This box is too tight, but I love it anyway ^^

 
วีดีโอของ Maru มียอดคนเข้ามาดูอย่างต่ำหลักแสนต่อคลิป
ยิ่งวีดีโอ Top 5 ของมัน คนคลิกดูหลัก 2 ล้านขึ้นครับ
ไหนจะยังแฟนคลับ ที่ช่วยกันเอาวีดีโอของมันไปรวมทำเป็นวีดีโอรวมฮิต
ที่จำนวนคนดูก็ไม่ได้น้อยกว่ากันเลย
กระทั่งขนาดมีคนเลียนแบบ ทำวีดีโอฮาๆ กระโดดเข้าออกกล่องแบบมัน
(คนนี่แหละกระโดด) ก็ยังมีคนดูกันเพียบอีก
นี่ถ้าเป็นบ้านเรา คนคลิกดูขนาดนี้แล้ว Maru เป็นหนังฉายโรง
สงสัยโกย 100 ล้านทุกภาคชัวร์ (ฮา)

ทุกวันนี้ Maru ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลำดับต้นๆของโลกที่มีชื่อเสียงในโลกอินเตอร์เน็ท
มีสินค้าของเจ้า Maru ขายในเว็บ Amazon ทั้งหนังสือรวมภาพของมัน
และ DVD รวมคลิปน่ารักๆของมันเองอีก
ซึ่งทั้งที่คนดูก็หาดูได้บน Youtube อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนไปซื้อ DVD
มานั่งดูมันกลิ้งๆเกลือกๆอยู่นั่นแหละ ^^

นั่นก็เป็นผลจากอิทธิฤทธิ์ของการสร้างแบรนด์อย่างถูกต้องนั่นเองครับ…

 

Posted on กันยายน 18, 2010, in สัตว์เลี้ยง and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: