วิเคราะห์ความสำเร็จของ “กวน มึน โฮ” ใครว่าพายุไต้ฝุ่นเหมยลี่ ซาลงแล้ว…

ก่อนหน้าที่หนังจะฉาย โดยส่วนตัวผมและคงจะอีกหลายๆคน
คงไม่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะได้ถึง 100 ล้าน นอกจากสาวก GTH กันเอง (ฮา)
เนื่องจากหลายคนคาดว่าหลังจาก GTH ทำรายได้พายุไต้ฝุ่นไปกับ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” แล้ว
ตอนนี้พายุคงจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่น

ไม่นึกว่า พายุไต้ฝุ่นยังคงแรงข้ามปีอย่างต่อเนื่อง แถมถึงเวลานี้ยังไม่มีท่าทีอ่อนกำลังลงง่ายๆ
ผมเองก็ได้ไปทัศนาหนังเรื่องนี้มาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า ของเขาดีจริง
อาจจะมีช่วงหนืดหน่วงตอนก่อนไคลแม็กซ์บ้าง แต่ก็จบลงได้สวยงามชวนซึ้ง


————————————————————————————


ทำไมหนัง “กวน มึน โฮ” ถึงกวาดรายได้อย่างแรงไปอย่างที่เห็น
สำหรับผมแล้ว ผมวิเคราะห์ออกมาได้ 3 ประการคือ แบรนด์ GTH-การโปรโมต-กระแสปากต่อปาก


เริ่มที่ “แบรนด์” ก่อน
GTH ใช้เวลามาอย่างยาวนานในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง
และยึดกุมไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยคำที่ว่า “หนังดี ฟีลกู๊ด”

หลาย คนอาจจะค่อนขอดว่า มันจะฟีลกู๊ดอะไรนักหนา
แต่ผมว่าไอ้คนค่อนขอดนี่ เกินกว่าครึ่งก็ต้องไปดูหนัง GTH ทุกทีแล้วก็หัวเราะออกมาทุกที
การสร้างแบรนด์ Feel Good ไม่ได้เกิดจากการแค่ตั้งธงว่าหนังตัวเองเป็นอย่างนี้
แต่ยังเกิดจากลักษณะธรรมชาติของคนไทยเองด้วย

ซึ่ง GTH ดูจะเข้าใจดีว่า คนไทยเป็นคนที่รักสนุก มองโลกทุกอย่างในแง่ดีเป็นพื้นฐาน
หัวเราะหามุขได้ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องนั้นจะร้ายหรือดี
ซึ่งถ้าดูหนัง ไทยจากอดีต จนถึงปัจจุบัน ก็ต้องยอมรับว่า Majority ของหนังที่ครองตลาด
ก็เป็นหนังแนวตลก หรือไม่ตลกก็ต้องมีตลกเล่นอยู่บ้าง

GTH เข้าใจจุดนั้น และผสมผสานมันเข้ากับความถนัดของตัวเอง
ที่ถนัดจะทำงานแนวอารมณ์ดีและสร้างเป็นแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา
จนถึงตอนนี้ GTH ไปถึงจุดที่เรียกได้ว่า การันตีรายได้ในกระเป๋าของหนังทุกเรื่องได้แล้ว
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการสร้างแบรนด์ดังๆทั่วโลก
ยกตัวอย่าง แบรนด์แฟชั่นชั้นนำทั้งหลาย Gucci, Hermes, Louis Vuitton
ไม่ต้องแคร์ว่ากระเป๋าจะขายแพงหูฉี่ เพราะยังไงก็มีคนภักดีต่อแบรนด์มาซื้อ


30 ล้านบาท ถือเป็นรายได้ขั้นต่ำที่แทบจะนอนรอในกระเป๋า
จากสาวกของ GTH ที่ยังไงเสียก็จะมาดูหนังของค่ายทุกเรื่องแน่นอน
และนั่นคือหลักไมล์แรกของ “กวน มึน โฮ”
ที่ได้ความภักดีต่อแบรนด์ของเหล่าสาวก GTH มาสนับสนุนหนังของตัวเอง

————————————————

ต่อมาคือ “การโปรโมต”
อย่าง ที่รู้ๆกัน GTH ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องการโปรโมต
เรียกว่าหนังทุกเรื่อง รู้ว่าจะทำให้คนสนใจหนังตัวเองยังไง สร้างส่วนร่วมให้หนังตัวเองยังไง

“กวน มึน โฮ” เริ่มจากการประกวดเวทีลักซ์ ปั้นดาว
ซึ่งก็แน่นอนอีกว่า สาวก Anti-GTH ก็มีแอบนินทาว่า สร้างเวทีไว้ดันนักแสดงที่เลือกไว้แล้วสิ
แต่ใครจะแคร์ล่ะ มันสร้างความสนใจได้อย่างชะงัดเลยล่ะ
แถม GTH เองก็รู้จังหวะการสร้างความสนใจ ด้วยการทิ้งปริศนาไว้ในการประกวด
“หนังที่สร้างโดย โต้ง บรรจง จากคนกอง 5 แพร่ง เป็นการทำหนังรักโรแมนติคครั้งแรก”
แต่ไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร บอกแค่ว่าไปถ่ายเกาหลี สนใจขึ้นมากันหรือยังครับ…

หลังจากนั้นก็ทิ้งช่วงเวลาไปพักหนึ่ง
แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ข่าวคราวเงียบหาย ยังคงมียิงข่าวเลี้ยงกระแสให้เป็นระยะๆ
แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยเริ่มเปิดเผยหนัง มีการปล่อยภาพจากกองถ่ายสร้างความสนใจ
ก่อนที่จะตามมาด้วยโปสเตอร์ที่แปลกตา และชื่อหนังกวนส้น
ฟังดูก็เหมือนเป็น Routine ทั่วไปใช่ไหมครับ หนังเรื่องไหนก็ทำอย่างนี้
แต่ที่ต่างคือ การวางแผน การเลือกสรร และ การสร้างธีมการโปรโมต

“หนังโฮแมนติค กวนมิดี้” การรู้จักเล่นคำกับชื่อหนัง
“โปสเตอร์ที่ได้กลิ่นอายเกาหลี” เข้ากับหนัง และ “ตัวอย่างที่ชวนติดตาม”
“ตัวอย่างภาพยนตร์” เรียกได้ว่าขึ้นชื่อสำหรับ GTH เลยทีเดียว
เพราะตัดมาทุกเรื่องก็โดนทุกเรื่อง นี่ไม่ได้พูดเองนะครับ คนทั่วไปเขาพูดกัน

จากนั้น “เลือกเพลงให้โดนกับหนัง” เชื่อว่าแทบทุกคน
ต้องร้องเพลง “ยินดีที่ไม่รู้จัก” หรืออย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินผ่านหูกันมาแน่นอน
เป็นอะไรที่ถ้าดูเผินๆ ก็เหมือนการโปรโมตหนังทั่วไป
แต่ GTH สร้าง Theme และประสบการณ์ร่วมให้คนดูได้รู้สึกกับตัวหนังในการโปรโมต
ซึ่งถือเป็นหลักของการโปรโมตและการสร้างแบรนด์เลยว่า
“คุณต้องสร้าง Experience และทำให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมกับสินค้าให้มากที่สุด”

นี่ยังไม่รวมกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่องบน Social Network ที่มีสีสันแปลกๆ
ที่ผมชอบมากก็คือ ให้ดู Interactive Trailer แล้วอยู่ๆเต๋อก็โทรมา
โทรศัพท์ขึ้นชื่อว่า “ไม่รู้จัก” (คุ้นไหมเอ่ย…)
เล่นเอาฮาไปตามๆกัน…

เท่านี้คนก็แทบจะหายใจเป็น “กวน มึน โฮ” ก่อนหนังจะเข้าฉายแล้วล่ะครับ


————————————————


แต่เท่านั้นยังไม่พอกับการประกันรายได้ ยังต้องอาศัย “กระแสปากต่อปาก” ด้วย
ถึงจะโปรโมตดี มีสาวกที่ภักดีต่อแบรนด์ แต่ถ้าตัวหนังไม่ดี คนก็คงไม่ชวนให้คนอื่นมาดูต่อ
ดีไม่ดีก็ด่าแถมท้ายไปอีก

GTH เคยโดนมาเต็มๆแล้วกับหนัง “หนีตามกาลิเลโอ”
ที่ทุกอย่างดีหมด ทั้งการโปรโมต และสาวกที่เข้าไปดูจนหนังได้ 30 ล้าน
แต่นั่นคือ Margin ขั้นต่ำของหนัง GTH ที่ไม่สมควรได้แค่นั้น
เพราะว่าตัวหนังกลับไม่โดนใจคนมากพอ ทำให้พอหนังฉายคนไม่ค่อยพูดถึงเลย
กระแสปากต่อปากไม่ทำงานแล้ว ซ้ำร้าย ปริมาณคนที่ไม่ชอบหนังแล้วมาบอกต่อ
ก็มีไม่น้อยเสียด้วย นั่นทำให้หนังแป้กรายได้ในที่สุด

แต่นั่นไม่เกิดขึ้นกับ “กวน มึน โฮ”
หลังจากหนังเข้าฉาย ตามเว็บบอร์ดแทบแตกด้วยกระทู้ของ กวน มึน โฮ
ทั้งความชื่นชมเนื้อหา การถกประเด็นเล็กๆน้อยๆในหนัง หนูนาเอฟเฟ็คต์ ^^
ซึ่งถ้ามองแบบคนหมั่นไส้ว่า สาวก GTH มาปั่นกระทู้
ผมว่าก็ยอมรับซะเถอะว่า สาวก GTH คงไม่ว่างงานมานั่งปั่นกระทู้จนบอร์ดแตกแน่ๆ

แต่อินเตอร์เน็ทก็ไม่ใช่คนทั้งประเทศ
ลองสังเกตไปรอบๆตัวเรา แต่ละคนต่างก็พูดถึงหนัง กวน มึน โฮ กัน โดยเฉพาะสาวๆ
ถึงจะไม่แรงเท่าที่ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ทำได้ แต่การทำให้คนที่ไม่ได้เล่นเว็บบอร์ด
พูดถึงหนังได้นั่นแสดงว่า หนังเข้าถึงคนส่วนใหญ่แล้ว
ไอ้อย่างผมเนี่ย เพื่อนสาวทำงานอยู่ต่างจังหวัด ยังทวิตมากรี๊ดกร๊าด
อยากจะดูหนัง กวน มึน โฮ ทั้งที่เจ้าหล่อนก็ไม่ได้ดูหนังเป็นกิจวัตร

Mission Accomplished!!!


————————————————————————————


และเมื่อมาถึงข้อสุดท้าย หนังก็สอดรับกับแบรนด์ของ GTH อย่างลงตัว นั่นคือ “หนังดี ฟีลกู๊ด”
และกระบวนการสั่งสมความภักดีต่อแบรนด์ ก็ได้รับการต่อยอดขึ้นไปอีกขั้น
เป็นวัฏจักรวงจรที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ชนิดที่ต้องบอกว่าถ้า GTH ไม่ฆ่าตัวเองด้วยการทำหนังห่วยๆ
รับรองว่า GTH ไม่มีทางล้มหายตายจากไปแน่

ผมยังจำได้เมื่อครั้งได้ไปดูหนัง “แฟนฉัน”
ว่า GTH ต้องการจะสร้างบริษัทหนังที่สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ และมีความมั่นคงถาวร
หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ถึงวันนี้ผมว่า GTH น่าจะกำลังค่อยๆก้าวไปสู่จุดนั้นอย่างมั่นคง
เพราะว่า “แค่หนังดีอย่างเดียว ไม่อาจจะครองใจคนดูได้”
เพราะหนังดีก็มีเกลื่อนกลาดไปทั่วโลก คนดูไม่ได้มีเวลาจะมานั่งดูหนังดีทุกเรื่อง หนังดีต้อง
“พร้ิอมด้วยกระบวนการคิด การวางแผนงาน การสร้างความมีส่วนร่วม เพื่อให้เข้าถึงผู้ชมด้วย”

และนั่น เป็นสิ่งที่ GTH ทำได้ครับ…

Posted on กันยายน 18, 2010, in ภาพยนตร์ and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: